รู้ไหมว่า Green Facade คืออะไร? มารู้จักกับฟาซาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกันเถอะ
เดิมทีเราจะคุ้นหูกับฟาซาดกันอยู่แล้ว แต่ Green Façade อาจจะได้ยินกันไม่มากเท่าไหร่ วันนี้ Wazzadu Low Carbon Material Library เลยจะมาเล่าให้ฟังครับว่า สิ่งนี้คืออะไร แล้วเหมือนกับ Vertical Garden (สวนแนวตั้ง) หรือไม่
นิยามของ Green Facade ในงานสถาปัตยกรรมคาร์บอนต่ำ
หากมาดูบรรดานวัตกรรมวัสดุที่ใช้สร้างเป็นเปลือกอาคารที่มีประสิทธิภาพ "Green Facade" ที่มีลักษณะเสมือนผนังพันธุ์พืชต้นไม้แนวตั้ง ที่ถูกออกแบบมาอย่างซับซ้อนสำหรับการแก้ปัญหาเชิงการประหยัดพลังงานของอาคารและการส่งเสริมเรื่องสุขภาวะของผู้ใช้งานอาคาร
เลยขอนิยามถึง Green Façade ว่าเป็นการออกแบบผนังเปลือกอาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการผสานเรื่องวิศวกรรมของการออกแบบระบบการดูแลพันธุ์ไม้ ให้เข้ากับระบบอาคาร มากกว่าที่จะสร้างระบบนิเวศที่มีชีวิตอย่างสวนแนวตั้งหรือ Vertical Garden ซึ่งเน้นการปลูกปลูกต้นไม้แบบมีระบบดูแลที่ครบถ้วน ไม่ให้ต้นไม้เหี่ยวเฉา กลายเป็นซากไม้เมื่อขาดการดูแล
Green Facade มีลักษณะเฉพาะคือการใช้พืชประเภทไม้เลื้อย (Climbing Plants) หรือไม้เถาที่หยั่งรากในดินที่ระดับพื้นดินหรือในกระบะปลูกที่ติดตั้งตามโครงสร้างอาคาร โดยพืชจะอาศัยโครงสร้างรองรับ เช่น ตะแกรงเหล็ก, ตาข่ายหรือระบบเส้นสลิง เพื่อพยุงตัวขึ้นไปปกคลุมพื้นผิวอาคาร ในขณะที่ Vertical Garden มักประกอบด้วยแผงโมดูลาร์ที่มีวัสดุปลูก (Substrate) บรรจุอยู่ภายในตัวเองและติดตั้งแนบไปกับผนังอาคาร ซึ่งรองรับพืชที่หลากหลายกว่าแต่ก็ต้องการการดูแลรักษาและมีภาระน้ำหนักที่สูงกว่ามาก
Green Façade สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเสมือนเกราะป้องกันตัวอาคารที่สามารถกรองแสงแดด กรองฝุ่น และกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์จากภายนอกแล้วแปลงบริเวณรอบๆ อาคารให้เป็นอากาศที่ปลอดมลพิษมากขึ้น อีกทั้งความเขียวชอุ่นจากต้นไม้ที่เลือกมาออกแบบยังช่วยเรื่องความสวยงามให้กับภาพลักษณ์ของโครงการให้ดูสดชื่น มีชีวิตชีวามากกว่าอาคารทั่วไป
ประโยชน์ของ Green Façade
จุดเด่นหลักเลยก็คือ ป้องกันไม่ให้ความร้อนเข้ามาสู่ภายในอาคาร เพื่อช่วยให้เครื่องปรับอากาศไม่ต้องทำงานหนักในการปรับอุณหภูมิภายในให้เย็นลง เป็นการประหยัดพลังงานไฟฟ้าจากการใช้เครื่องปรับอากาศ ถ้าเจาะลึกลงไป จะขอแบ่งเป็น 2 ประเด็นนี้
1. การลดความร้อนผ่านการบังแดดและการคายระเหยน้ำ
พืชในระบบ Green Facade ทำหน้าที่เป็นฉากกั้นรังสีดวงอาทิตย์ (Solar Radiation) ที่มีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ส่วนของใบไม้จะดูดซับรังสีเพื่อการสังเคราะห์แสงและสะท้อนความร้อนออกไปก่อนที่จะตกกระทบพื้นผิวอาคาร มีงานทดลองพบว่า Green Facade สามารถลดอุณหภูมิพื้นผิวผนังอาคารได้ 5-10°C เมื่อเทียบกับผนังเปลือย
นอกจากนี้ กระบวนการคายระเหยน้ำ (Evapotranspiration) ยังช่วยลดอุณหภูมิอากาศโดยรอบ เนื่องจากพืชจะดูดน้ำจากรากและคายออกมาเป็นไอน้ำผ่านปากใบ ซึ่งกระบวนการเปลี่ยนสถานะของน้ำเป็นไอต้องใช้พลังงานความร้อนจากอากาศ ส่งผลให้อากาศรอบอาคารเย็นลงอย่างเป็นธรรมชาติ
ผลจากการลดอุณหภูมินี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการประหยัดพลังงานในการใช้เครื่องปรับอากาศช่วยทำความเย็น และด้วยประสิทธิภาพความเป็นฉนวนของ Green Façade ที่ต้านทานความร้อนได้
2. การปรับปรุงคุณภาพอากาศและสภาพแวดล้อมทางเสียงภายใน
Green Facade ทำหน้าที่เป็นเครื่องกรองอากาศธรรมชาติที่ทรงพลัง ใบไม้ของพืชสามารถดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก อย่าง PM 2.5 และดูดซับก๊าซพิษ เช่น ไนโตรเจนไดออกไซด์และโอโซน รวมถึงพืชบางชนิดมีความสามารถในการดึงสารระเหยอินทรีย์ (VOCs) เช่น ไซลีน (Xylene) และโทลูอีน (Toluene) ออกจากอากาศก่อนที่จะเข้าสู่ระบบระบายอากาศของอาคาร ทำให้ฟาซาดนี้เป็นเหมือนเครื่องกรองฝุ่นและกรองอากาศไปในตัว
ทั้งในด้านป้องกันเสียงที่เหมือนเป็นแผ่นอะคูสติก พืชและวัสดุปลูกยังช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก ผ่านกลไกการดูดซับเสียงและการสะท้อนของคลื่นเสียง โดยผนังที่มีพืชปกคลุมสามารถลดเสียงรบกวนได้ประมาณ 8 เดซิเบล และช่วยลดการก้องของเสียงในพื้นที่ระหว่างอาคารได้อีกด้วย เท่ากับว่า Green Façade สร้างสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบซึ่งจำเป็นต่อการพักผ่อนและการทำงานที่ต้องการสมาธิสูง
Wazzadu Low Carbon Material Library มองว่า Green Facade ค่อนข้างมีบทบาทสำคัญในงานออกแบบสถาปัตยกรรมคาร์บอนต่ำที่มากกว่าแค่การตกแต่งให้สวยงามครับ นี่คืออีกทางเลือกการออกแบบเชิงกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งการลดการใช้พลังงาน การกักเก็บคาร์บอนและเรื่องสภาพแวดล้อมที่ดีของสุขภาวะของผู้ใช้อาคาร
ท่ามกลางวิกฤตความร้อนในเมืองใหญ่ หากเราเปลี่ยนเปลือกผนังอาคารที่อาจเคยเป็นแหล่งสะสมความร้อนให้กลายมาเป็นระบบฟาซาดแนวตั้งที่ลดความร้อน ลดพลังงานแล้วเพิ่มสีเขียวกับอาคาร ไม่แน่ว่าในอนาคตนั้น พวกเราอาจเห็นการออกแบบอาคารที่บูรณาการเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ากับ Green Facade มากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและการติดตามสุขภาพพืชพรรณแบบเรียลไทม์ รวมถึงการพัฒนาวัสดุโครงสร้างรองรับที่มีคาร์บอนต่ำเป็นพิเศษก็ได้นะครับ
ขอบคุณแหล่งอ้างอิงจาก
https://www.mdpi.com
https://lifestyle.sustainability-directory.com
https://www.asla.org
https://www.researchgate.net
https://climateactionaccelerator.org
https://idus.us.es
ผู้เขียนบทความ
ด้วยการเกณฑ์การประเมินคาร์บอนฯ ที่แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1. Low Carbon CFO (Carbon Footprint for Organization) : การประเมิน carbon footprint ขององค์กร
2. Low Carbon CFP (Carbon Footprint of Product) : การประเมิน carbon footprint ของผลิตภัณฑ์
ทั้งนี้เพื่อผลักดันให้ผู้ผลิตและผู้พัฒนาวัสดุที่มีความมุ่งมั่นในการลดคาร์บอนจากวัสดุที่จำหน่าย มุ่งสู่เส้นทาง Low Carbon material ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทางโครงการมีการแบ่งเฟสที่บอกระดับว่าแต่ละองค์กรอยู่ที่จุดไหนแล้วบ้าง ได้แก่
Phase 1 : Committed เข้าร่วมโครงการ Wazzadu Low Carbon Material Library สู่เส้นทาง Low Carbon
Phase 2 : On-Track ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
Phase 3 : Achieved สามารถปล่อยคาร์บอนฯ ต่ำได้แล้วเมื่อเทียบจากครั้งก่อนๆ
หวังว่าห้องสมุดที่รวมวัสดุคาร์บอนฯ ต่ำนี้จะช่วยให้ทุกท่านได้พบกับวัสดุที่สามารถใช้ออกแบบให้เกิดเป็นสถาปัตยกรรมคาร์บอนต่ำได้จริง ... อ่านเพิ่มเติม