"Collaborative Design" แนวทางการทำงานที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้เข้าพักโรงแรม

“Hotel Design Forum” งานสัมมนาด้านการออกแบบโรงแรม ประจำปี 2019

บรรยายโดย คุณแพรว รอดคำดี - Director of Behouse 

กับหัวข้อ "Collaborative Design"  แนวทางการทำงานที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้เข้าพักในโรงแรม

ท่ามกลางโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง ลูกค้ามีความต้องการที่หลากหลาย และซับซ้อนมากขึ้น แน่นอนว่าโรงแรมเองต้องปรับตัว หาแนวทางการออกแบบทุกจุดสัมผัส (Touchpoints) เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา

จากเดิมที่ลูกค้าเคยมองหาแค่ Function มีที่นอน ห้องน้ำสะอาด มีบริการอาหารเช้า แต่ปัจจุบันลูกค้ามองหาสิ่งที่มากกว่านั้น ซึ่งก็คือประสบการณ์ต่าง ๆ ที่สามารถรับรู้ได้จากประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส

นับเป็นความท้าทายของผู้เกี่ยวข้องกับการสร้างประสบการณ์ในโรงแรมทั้งหมด อันประกอบไปด้วย Hotel Owner, Designer, Architect, Supplier / Producer ที่จะต้องสร้างสรรค์ผลงานที่สอดรับกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า ด้วยวิธีการที่เรียกว่า "Collaborative Design" นั่นก็คือการร่วมมือกันของทุกฝ่าย ตั้งแต่เริ่มโครงการ ในการออกแบบส่วนต่างๆเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดเดียวกัน คือความพึงพอใจของแขกผู้เข้าพัก โดยคำนึง Return On Experience (ROX) หรือผลตอบรับจากประสบการณ์ลูกค้า ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จสำหรับธุรกิจในยุคนี้ ที่จะนำไปสู่ Return On Investment (ROI)

ตัวอย่างโปรเจกต์ของ Behouse ในการ Collaborative Design งานกับร่วมกับโรงแรมและดีไซเนอร์

The May Fair London

โรงแรมระดับ 5 ดาว ใจกลางกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ กับคอนเซ็ปต์ Glamorous, Dramatic and Modern Luxury ซึ่ง Behouse มีส่วนร่วมในการสร้างประสบการณ์ผ่านงาน Interior Decoration และ Bedding Experience

1. Interior Decoration

1.1 Concept Development : ทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าของโรงแรม ตีโจทย์คอนเซปต์ เพื่อนำมาคัดเลือกเนื้อผ้าและลายผ้าให้เหมาะสมกับคาแรคเตอร์ของโรงแรมและแขกผู้เข้าพัก โดยทาง Behouse เลือกนำเสนอผ้าที่มี texture หลากหลาย มีสีและลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ โดดเด่น สะดุดตา  

1.2 Design Development : เราเลือกผ้าที่ให้อารมณ์ Dramatic ที่สุดมาทำงานม่านก่อน เพื่อให้เป็นตัวยืนพื้นและกำหนด mood and tone โดยรวมของห้อง แล้วจึงมาออกแบบงาน Soft Furnishing ชิ้นอื่นๆ ได้แก่ หมอนอิง และผ้าคลุมเตียงภายในห้อง ให้มีความกลมกลืนและสอดคล้องกัน ซึ่งการออกแบบงานทุกชิ้นนั้นจะคิดถึงรายละเอียด (Detail Design) ตั้งแต่รูปแบบ เทคนิคการผลิต ติดตั้ง ไปจนถึงการใช้งาน ความทนทาน และการดูแลรักษาในระยะยาว

1.3 Production and Installation : เมื่อการทำงานทุกอย่างถูกวางแผนมาเป็นอย่างดี ออกแบบและคิดรายละเอียดร่วมกันไว้ตั้งแต่แรกแล้ว งานที่เราส่งมอบนั้นจึงถูกต้อง สวยงาม ส่งมอบและติดตั้งตรงเวลาก่อนการเปิดโรงแรม และไม่มีปัญหาหน้างานที่คาดไม่ถึง

2. Bedding Experience เมื่อโรงแรม The May Fair ต้องการที่จะยกระดับประสบการณ์ในการนอนให้แก่ผู้เข้าพัก และต้องการเพิ่มรายได้อันเกิดจากประสบการณ์ที่เหนือกว่านี้ จึงทำการพัฒนามาตรฐานเครื่องนอนใหม่ร่วมกับ Behouse

2.1 Concept Development : เริ่มต้นจากการทำวิจัย (Research) หาข้อมูลคู่แข่ง ว่าโรงแรมในเกรดเดียวกันนั้นใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องนอนแบบไหน มีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง และใช้งบประมาณต่อ 1 เตียงนอนเป็นมูลค่าประมาณเท่าไหร่ ประกอบกับการวิเคราะห์ Feedback ของลูกค้าโรงแรมแต่ละแห่งว่ามีความคิดเห็นอย่างไร เพื่อนำไปออกแบบสเปคเครื่องนอนในเบื้องต้นมาใช้ทำงานต่อ

2.2 Design Development : หลังจากที่ได้ข้อมูลแล้ว ทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์จึงได้นำมาออกแบบสเปค รวมทั้งปรับแก้ และพัฒนาต่อ จนเกิดเป็น Mock Up ชุดเครื่องนอน สำหรับ The May Fair ที่ทาง Behouse ทำขึ้นมาเพื่อทำ Experience Test โดยทางทีมได้ส่งตัวอย่างให้ทางเจ้าของโรงแรม ทีมดีไซเนอร์ ทีมแม่บ้าน ได้ทดลองใช้ และคอมเมนท์กลับมา เพื่อหาสเปค ชุดเครื่องนอนที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุด

2.3 Production : การ collaboration นี้ พัฒนามาจนถึงการผลิตเพื่อใช้ในห้องพักจริง ถือเป็นการสร้าง Standard ใหม่ของเครื่องนอนภายในโรงแรม The May Fair เพื่อสร้างประสบการณ์การนอนที่น่าประทับใจให้กับแขกผู้เข้าพัก

ผลจากการทำงานแบบ Collaborative Design ในครั้งนี้ ทำให้โรงแรม The May Fair กลายมาเป็น Destination Hotel ได้อย่างที่ตั้งใจ พร้อมกับการเพิ่มรายได้จากราคาห้องพัก โดยลูกค้าที่เข้ามาพักต่างได้รับประสบการณ์ที่ดี มีการรีวิวผ่านเว็บไซต์ และ social media ต่างๆ จนเลือกที่จะกลับมาพักที่นี่อีกครั้ง

สามารถติดตามอ่านบทความอัพเดททุกเรื่องราวที่น่าสนใจในวงการสถาปัตยกรรมและการออกแบบ รวมถึงข่าวสารการจัดกิจกรรมดีๆ ที่เป็นประโยชน์ได้ที่ Wazzadu.com นะครับ

Wazzadu.com verified
วัสดุคือแพลตฟอร์ม และเครื่องมือสำหรับการออกแบบตกแต่งบ้าน และงานสถาปัตยกรรม
โดยเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงกลุ่มผู้ใช้งานต่างๆ ตั้งแต่ สถาปนิก แบรนด์สินค้า ผู้จัดจำหน่าย และผู้ให้บริการต่างๆที่เกี่ยวข้อง ผ่านทางฟีเจอร์ต่างๆดังนี้

Search - ค้นหา และจัดเก็บ ทั้งไอเดีย และสินค้า และบริการสำหรับการออกแบบตกแต่ง
Sourcing - จัดหาสินค้า และเปรียบเทียบราคาโดยการติดต่อ ผ่านแบรนด์ต่างๆ หรือบริการในแพลตฟอร์ม
Spec - เครื่องมือสเปคข้อมูลวัสดุ โดยแสดงข้อมูลเพื่อการออกแบบ เปรียบเทียบคุณสมบัติเชิงลึก ทั้งการติดตั้ง ขนาด ราคา และรีวิวการใช้งาน
แบรนด์ / ผู้จัดจำหน่ายสามารถเปิดโปรไฟล์ และอัพโหลดสินค้าได้ฟรี

ติดต่อเราที่ 02-714-0454
Email: contact@wazzadu.com ...

บทความอื่นๆ จากผู้เขียน

Wazzadu.com verified contributor
โพสต์เมื่อ
Wazzadu.com verified contributor
โพสต์เมื่อ
Wazzadu.com verified contributor
โพสต์เมื่อ

ไอเดียมาใหม่

Solignum verified brand
โพสต์เมื่อ
Zeitgeber brand
โพสต์เมื่อ
Wazzadu.com verified contributor
โพสต์เมื่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

...