โรงเรียนแห่งแรกของโลก จากระบบปรินต์สามมิติ ในมาดากัสการ์ ลดคาร์บอน ลดวัสดุสิ้นเปลือง สร้างเสร็จใน 1 สัปดาห์

วันนี้ Wazzadu .com เราเล็งเห็นว่าการสร้างโลกที่ดีขึ้นเป็นหน้าที่ทุกคนที่ต้องช่วยกัน เราจึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการนำเนื้อหาดีดีด้านสิ่งแวดล้อม, นวัตกรรมที่ใส่ใจโลก, วัสดุศาตร์ที่ดีต่อโลก และการออกแบบที่ทำให้คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของมนุษย์มาเล่าสู่กันฟัง วันนี้อยากพาทุกท่านไปรู้จักการออกแบบโรงเรียนที่ใช้ระบบปรินต์สามมิติ แล้วรู้ไหมว่าระบบนี้เขาทำขึ้นมาเพื่ออะไร ? แล้วส่งผลดีต่อโลกอย่างไร ? มาติดตามเรื่องราวดีดีกันได้เลยครับ 

แนวคิดการสร้างโรงเรียนแห่งแรกของโลกจากระบบปรินต์สามมิติ ช่วยลดคาร์บอน ลดวัสดุสิ้นเปลือง สร้างเสร็จใน 1 สัปดาห์


การสร้างโรงเรียนสักแห่งในพื้นที่ที่ขาดแคลนทรัพยากรหรือห่างไกลความเจริญนั้นเป็นเรื่องที่ยากมากในอดีต  แต่ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ 3 มิติ ซึ่งกำลังเป็นแนวโน้มที่น่าจับตามองในการก่อสร้างยุคใหม่ สามารถตอบโจทย์ได้อย่างลงตัว ช่วยให้เด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกลสามารถมีโรงเรียนได้ และทำให้ลดความเหลื่อมล้ำ ผู้คนในโลกเข้าถึงการศึกษาได้ง่ายขึ้นและด้วยระบบการออกแบบ และก่อสร้างที่รวดเร็ว ง่าย มากขึ้นนั้นส่งผลทำให้ดีต่อสภาพแวดล้อมของโลกตามไปด้วย

Studio Mortazavi บริษัท สถาปัตยกรรมระดับนานาชาติ โดยสถาปนิก เอมีร์ มอร์ตาซาวี (Amir Mortazavi) , Thinking Huts เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรในโคโลรา ได้ร่วมมือกับ บริษัท เทคโนโลยี 3 มิติ Hyperion Robotics ในฟินแลนด์และ EMIT ของมหาวิทยาลัยมาดากัสการ์ในท้องถิ่นได้ เสนอแนวคิดการออกแบบสำหรับโรงเรียนพิมพ์ 3 มิติแห่งแรกของโลกที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมาดากัสการ์

โดยมีเป้าหมายในการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาเพื่อพัฒนาเพื่อปรับปรุงการเข้าถึงการศึกษาในพื้นที่ห่างไกล และยากไร้ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในพื้นที่ห่างไกล เป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งเป็นแนวคิดที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของคนทั้งโลกได้อย่างยอดเยี่ยม

สรุปแนวคิดที่สำคัญในการออกแบบโรงเรียนโดยใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ


1. แนวคิดการใช้วัสดุ : มีเป้าหมายในการลดคาร์บอนที่เป็นมลพิษในการก่อสร้างทั้งเศษขยะจากการก่อสร้างที่สิ้นเปลืองเกินความจำเป็นไปเป็นการใช้ระบบวัสดุเพื่อความยั่งยืน โดยใช้วัสดุท้องถิ่นมาทดแทน (Local Material) มาทำผนังอาคาร, ประตู และช่องแสงต่างๆ

2. แนวคิดในการก่อสร้าง : ลดระยะเวลาการก่อสร้าง โดยลดเวลาจาก 1 เดือนเหลือเพียง 1 สัปดาห์ ซึ่งช่วยการบริหารจัดการแรงงานที่ขาดแคลนในท้องถิ่น สิ่งสำคัญที่สถาปนิกได้ใช้นั้นคือระบบแบบพรีแฟบที่บ้านไทยในอดีตก็มีวิธีการสร้างในลักษณะนี้ โดยในโครงการนี้ได้นำแนวคิดการสร้างรังของผึ้งมาเป็นหลักคิดสำคัญ คือการสร้างแบบแยกส่วนตั้งแต่ห้องเรียน ห้องพักครู, ห้องดนตรี, ห้องน้ำและช่องระบายอากาศต่างๆ มาประกอบร่างกัน

หลักคิดสำคัญคือการออกแบบแบบกระจายเป็นโหนด โดยออกแบบดีเทลให้แต่ละโหนดประกอบกันได้อย่างกลมกลืน

โครงการนี้เป็นโครงการนำร่องที่ยอดเยี่ยมในการพัฒนาระบบการก่อสร้างที่ได้ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและการพัฒนาสังคมทางด้านการศึกษาไปพร้อมๆกัน ซึ่งเราอยากเห็นแนวคิดนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยบ้าง เพราะการศึกษาคือรากฐานของการกินดี อยู่ดีของคนในประเทศนั่นเอง

เรียบเรียงโดย Wazzadu Encyclopedia ซึ่งเป็นทีมวิจัย และพัฒนาความรู้ด้านการออกแบบ และวัสดุศาตร์ทางด้านสถาปัตย์ฯ

สำหรับท่านที่สนใจในนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม สามารถติดต่อเพื่อโปรโมตผลงานของท่านเกี่ยวกับนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมทั้งการออกแบบ, เทคโนโลยี, วัสดุศาสตร์ เพื่อคุณภาพชีวิตของผู้คนได้แล้วที่ wazzadu .com. โดย inbox เข้ามาได้ที่  www.facebook.com/Wazzadu

ติดตามเนื้อหาอื่นๆที่น่าสนใจของ Wazzadu Green ได้ที่


Material and Design Innovation

แพลตฟอร์ม และเครื่องมือสำหรับการออกแบบตกแต่งบ้าน และงานสถาปัตยกรรม
โดยเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงกลุ่มผู้ใช้งานต่างๆ ตั้งแต่ สถาปนิก แบรนด์สินค้า ผู้จัดจำหน่าย และผู้ให้บริการต่างๆที่เกี่ยวข้อง ...

บทความอื่นๆ จากผู้เขียน

โพสต์เมื่อ

ไอเดียมาใหม่

โพสต์เมื่อ

โพสต์เมื่อ

โพสต์เมื่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

...

โพลสำรวจ

ถาม-ตอบ

Wazzadu.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่