จากเส้นใยใบสับปะรดสู่วัสดุบุผนังดูดซับเสียง ลดเสียงสะท้อน ลดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ลดโลกร้อน

จากปัญหาโลกร้อนเป็นปัญหาสากลที่ประเทศต่างๆต้องร่วมมือกันเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งแต่ละประเทศได้ร่วมกันลงนามในสนธิสัญญาเกียวโต ซึ่งตั้งเป้าหมายลดก๊าซคอร์บอนไดออกไซค์ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน โดยมีเป้าหมายที่จะลดลงให้ได้ 40% ภายในปี 2030 ซึ่งหนึ่งในการแก้ปัญหาเพื่อความยั่งยืนคือการใช้ทรัพยากรทางธรรมาชาติอย่างคุ้มค่า และทำให้สามารถหมุนเวียนสู่เศรษฐกิจฐานชีวภาพ (Bio-Economy)

การสร้างนวัตกรรมจากชีวภาพ (Bio-Economy Innovation) 

รู้ไหมว่าเส้นใยสับปะรด สามารถเปลี่ยนจากขยะทางการเกษตรไปเป็นนวัตกรรมทางด้านวัสดุศาสตร์รักษ์โลกที่สร้างมูลค่าได้มากกว่าหมื่นล้านเลยทีเดียว ประเทศไทยส่งออกสับปะรดกระป๋องเป็นอันดับหนึ่งของโลก โดยเรามีการปลูกสับปะรดมากกว่า 600,000 ไร่ ต่อปี ซึ่งหลังจากเก็บเกี่ยวสับปะรดแล้วนั้นใบที่เหลือทิ้งสร้างปัญหาขยะ และปัญหาการเผาเพื่อทำลายก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมา

จากต้นสับปะรด 1 ต้นเราใช้ประโยชน์จากการทานผลเพียง 37% แต่ใบสับปะรดคิดเป็น 38% ของต้นสับปะรด ดังนั้นนี่คือเศษขยะทางการเกษตรที่เหลือทิ้งเป็นจำนวนมาก ซึ่งในการปลูกสับปะรด 1 ไร่ เราจะได้ใบสับปะรดมากกว่า 10,000 กิโลกรัม ซึ่งเป็นขยะที่เป็นภาระของเกษตรกรอย่างมาก ดังนั้นหากเรามีการคิดค้น และนำใบสับปะรดเหล่านี้มาแปลงสภาพไปเป็นวัสดุที่มีมูลค่า นอกจากเราจะเปลี่ยนขยะทางการเกษตรไปเป็นทองคำแล้วเรายังช่วยลดโลกร้อน และยังช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องเกษตรกรอีกด้วย

วันนี้จากศูนย์วิจัย Wazzadu academy ของเรานั้นเราได้รวบรวมงานวิจัยด้านวัสดุจากเส้นใยสับปะรดมาเล่าสู่กันฟัง ไปติดตามกันได้เลยครับ

ใบสับปะรดที่ได้จากการปลูกเป็นจำนวนมากในแต่ละปีมีคุณสมบัติคล้ายกับเส้นใยจากพืชในประเภทอื่นๆ แต่เจ้าใยสับปะรดจะมีเซลลูโลสมากกว่าพืชชนิดอื่นๆ ทำให้มีคุณสมบัติที่
1. เหนียวแต่มีความยืดหยุ่นที่สูง
2. มีความนุ่มเหมือนฝ้าย แต่เส้นใยแข็งแรง และทนทานมากกว่าฝ้าย 
3. มีลักษณะเส้นใยที่ยาวเนื้อละเอียด

เส้นใยของใบสับปะรดสู่อุตสาหกรรมแฟชั่นระดับโลก


จากคุณสมบัติจากการวิจัยที่ให้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจนั้นจึงทำให้มีการต่อยอดไปยังอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เห็นได้ชัดเจน คืออุตสาหกรรมแฟชั่นที่ ดร. คาร์เมน ไอโฆซา (Carmen Hijosa) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์และนวัตกรรมของ Ananas Anam Ltd ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ได้นำเส้นใยสับปะรดไปพัฒนาเป็นเครื่องหนังทางเลือก ซึ่งเป็นเส้นใยของใบสับปะรดเหลือทิ้งจากการเกษตรได้สำเร็จในชื่อแบรนด์  ‘ปิญาเทกซ์’ (Piñatex) โดยเส้นใยที่ได้มีความเหนียว แข็งแรง และยืดหยุ่นสูง กระบวนการของปิญาเทกซ์เริ่มจากการรวบรวมใบสับปะรดที่ถูกทิ้งจำนวนมากจากการตัดแต่งผลผลิต นำมาผูกเป็นมัดเพื่อไปสกัดเป็นเส้นใย โดยใช้เครื่องจักรกึ่งอัตโนมัติ จากนั้นล้างแล้วตากแดดให้แห้งตามธรรมชาติ  ก่อนจะนำไปผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์เพื่อขจัดสิ่งสกปรก ส่งผลให้เส้นใยใบสับปะรด (Palf) มีลักษณะเป็นปุยขาวบริสุทธิ์ จากนั้นผสมกับกรดพอลิแลกติก (Polylactic acid : PLA) แล้วนำมารีดผ่านเครื่องจักรอีกครั้งจนได้แผ่นเส้นใยที่มีลักษณะเป็นเนื้อตาข่าย เรียกว่า ‘ปิญาเฟลต์’ (Piñafelt) ซึ่งจะเป็นม้วนวัสดุตั้งต้นของคอลเล็กชันปิญาเทกซ์ทั้งหมด และจะถูกขนส่งจากฟิลิปปินส์ไปประเทศสเปนหรืออิตาลี เพื่อเข้าสู่กระบวนการใส่สี เคลือบสี ฯลฯ จนเป็นผืนหนังที่ได้มาตรฐาน

ปิญาเทกซ์ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีบริษัทผู้ผลิตเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายชั้นนำกว่า 1,000 แห่งนำปิญาเทกซ์ไปเป็นวัสดุสำหรับแฟชั่นเครื่องแต่งกาย เช่น Hugo Boss, H&M และ Luxtra เป็นต้น

เส้นใยของใบสับปะรดสู่อุตสาหกรรมด้านการออกแบบสถาปัตย์ และอสังหาริมทรัพย์ 

ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นของเส้นใยสับปะรดนั้นสามารถที่จะนำมาใช้เป็นวัสดุในงานสถาปัตย์ได้อย่างน่าสนใจ ได้แก่


1. ผนังดูดซับเสียง (Sound Absorption Panel) ที่ต้องการใช้วัสดุจากเส้นใยธรรมชาติ นอกจากซับเสียง ป้องกันการสะท้อนนของเสียงก้องได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และปลอดภัยต่อผู้ใช้งานอีกด้วย
2. ประตูกั้นเสียง (Sound Proofing Door)
3. แผ่นบุผนัง (Wall Finishing)

นอกจากนั้นในอุตสาหกรรมรถยนต์ก็ยังสามารถนำไปใช้เป็นแผ่นซับเสียงภายในรถยนต์ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย 

ต้องบอกว่าวัสดุเส้นใยจากสับปะรดนี่ไม่ธรรมดาจริงๆครับ เป็นพืชที่เราปลูกกันในประเทศเป็นจำนวนมากอยู่แล้วหากเราใช้นวัตกรรมทั้งทางด้านไบโอ และด้านการออกแบบเราจะสามารถต่อยอดเป็นสินค้าได้หลากหลายมากในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะส่งผลต่อโลกใบนี้ที่ดีขึ้นด้วย

สรุปแนวคิดที่สำคัญ


1. แนวคิดเพื่อสิ่งแวดล้อม : การเพิ่มการนำใบสับปะรดซึ่งเป็นขยะที่เหลือทิ้งจากการเกษตรนั้นช่วยลดจำนวนการเผา และทำลายซึ่งก่อให้เกิดมลพิษทั้งฝุ่น PM 2.5 และปรากฏการณ์ก็าซเรือนกระจก ซึ่งสร้างสภาวะโลกร้อนนั้น จะเป็นการช่วยโลกและที่สำคัญช่วยประเทศไทยเราได้เป็นอย่างดี อีกด้วย
2. แนวคิดเพื่อสังคม : การปลูกสับปะรดในประเทศไทยมีพื้นที่การปลูกจำนวนกว่าหกแสนไร่ขึ้นไป ซึ่งเกี่ยวข้องกับชีวิตเกษตรกรจำนวนมาก ดังนั้นหากมีการพัฒนาต่อยอดเส้นใยจากสับปะรดไปเป็นอุตสาหกรรมด้านต่างๆ ย่อมช่วยคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้นตามไปด้วย

อ้างอิงโดย

  • ข้อมูลวิจัยจาก ภาควิชาวิทยาการสิ่งทอ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • ภาควิชาเคมีและศูนย์ความเป็นเลิศนวัตกรรมทางเคมี คณะวิทยาศาตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

เรียบเรียงโดย Wazzadu Encyclopedia ซึ่งเป็นทีมวิจัย และพัฒนาความรู้ด้านการออกแบบ และวัสดุศาตร์ทางด้านสถาปัตย์ฯ

สำหรับท่านที่สนใจในนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม สามารถติดต่อเพื่อโปรโมตผลงานของท่านเกี่ยวกับนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมทั้งการออกแบบ, เทคโนโลยี, วัสดุศาสตร์ เพื่อคุณภาพชีวิตของผู้คนได้แล้วที่ wazzadu .com. โดย inbox เข้ามาได้ที่  www.facebook.com/Wazzadu

ติดตามเนื้อหาอื่นๆที่น่าสนใจของ Wazzadu Green ได้ที่


Material and Design Innovation

แพลตฟอร์ม และเครื่องมือสำหรับการออกแบบตกแต่งบ้าน และงานสถาปัตยกรรม
โดยเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงกลุ่มผู้ใช้งานต่างๆ ตั้งแต่ สถาปนิก แบรนด์สินค้า ผู้จัดจำหน่าย และผู้ให้บริการต่างๆที่เกี่ยวข้อง ...

บทความอื่นๆ จากผู้เขียน

โพสต์เมื่อ

โพสต์เมื่อ

การออกแบบ และเลือกใช้วัสดุ
ไม้เอ็นจิเนียร์ (Engineered Wood) คืออะไร

ไอเดียมาใหม่

โพสต์เมื่อ

แนะนำสินค้า และบริการ
What is Big Marble ? อินทีเรียฟิล์มหินใหญ่

โพสต์เมื่อ

แนะนำสินค้า และบริการ
วอลเปเปอร์ภาพกวางหินอ่อน

โพสต์เมื่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

...
Wazzadu.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ ยอมรับ