ไขความลับธรรมชาติ “ไฟทอนไซด์” พลังบำบัดจากป่าไม้ สู่ออกแบบสถาปัตยกรรมเพื่อสุขภาวะที่ดี
จากที่ Wazzadu Low Carbon Material Library มีบทความที่แชร์เรื่องราวของการออกแบบที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและพยายามผลักดันเรื่องของนวัตกรรมกับองค์ความรู้การออกแบบสถาปัตยกรรมในทิศทาง Net Zero และ Low Carbon มาสักพักแล้ว ทุกท่านสงสัยกันไหนครับว่า ทำไมธรรมชาติช่วยเรื่องสุขภาวะทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ แล้วลงลึกไปจนถึงฮอร์โมนได้... วันนี้เรามาหาคำตอบกันครับ
เบื้องหลังความลับธรรมชาติ “ไฟทอนไซด์” สารระเหยจากป่าไม้ที่เยียวยากายและใจ
ไฟทอนไซด์ (Phytoncide) เป็นภาษากรีก มาจากคำว่า “ไฟโต (phyto)” ที่แปลว่าต้นไม้ และ “ไซด์ (cide)” ที่แปลว่าการกำจัด เมื่อกันแล้ว ไฟทอนไซด์ คือ คือ น้ำมันหอมระเหยที่บรรดาต้นไม้ปล่อยออกมาเพื่อป้องกันตัวเองจากเชื้อโรค เชื้อรา เชื้อแบคทีเรียและแมลงต่างๆ ที่จะมากัดกินต้นไม้ โดยจะพบได้มากในหมู่ต้นไม้ตระกูล สน, ซีดาร์, เบิร์ช, ยูคาลิปตัส และต้นไม้ใบเขียวอื่นๆ
ลักษณะทางเคมีไฟทอนไซด์ จัดอยู่ในกลุ่มน้ำมันหอมระเหย (Essential Oils) ที่มีโมเลกุลระเหยง่าย เมื่อเราได้สูดดมสารระเหยนี้เข้าไป จะช่วยลดความเครียด ลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล ช่วยให้หัวใจเต้นช้าลง และเพิ่มจำนวนเซลล์ภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
ประโยชน์ของไฟทอนไซด์
1. เสริมระบบภูมิคุ้มกัน : ไฟทอนไซด์กระตุ้นการทำงานของ Natural Killer Cells (NK cells) ซึ่งเป็นเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ช่วยกำจัดเซลล์ติดเชื้อและเซลล์มะเร็งระยะเริ่มต้น
2. ลดความเครียดและปรับสมดุลฮอร์โมน : ช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดคอร์ติซอล (Cortisol) ให้น้อยลง และลดความดันโลหิตกับระดับน้ำตาลในเลือด
3. ปรับอารมณ์และสุขภาพจิต : ไฟทอนไซด์เป็นเหมือนน้ำหอมธรรมชาติจากป่าที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สงบ ลดอาการวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าได้ระดับเล็กน้อย ช่วยเพิ่มสมาธิและความสามารถในการจดจ่อกับตัวเองมากขึ้น
4. ช่วยด้านการนอนหลับ : ด้วยบรรยากาศและกลิ่นจากสารนี้ช่วยให้ร่างกายหลั่งเมลาโทนินได้สมดุลมากขึ้น จึงช่วยปรับปรุงคุณภาพการนอนให้หลับง่ายขึ้น
5. ประโยชน์ต่อระบบทางเดินหายใจ : แน่นอนว่าที่ที่ป่าไม้ ย่อมมีอากาศที่สะอาดกว่า บริสุทธิ์กว่า และไฟทอนไซด์มีฤทธิ์ต้านจุลชีพที่ลดโอกาสติดเชื้อในทางเดินหายใจ จึงกรองอากาศและกระตุ้นให้ร่างกายสามารถหายใจโล่งขึ้น
ตัวอย่างการนำธรรมชาติมาปรับใช้กับงานสถาปัตยกรรม
เพื่อให้ธรรมชาติได้ปล่อยไฟทอนไซด์เพิ่มขึ้น ทั้งเพื่อดูแลด้านสุขภาพแล้วยังสร้างประสบการณ์ให้ผู้คนใกล้ชิดกับป่ามากขึ้น ทำให้นึกถึงแนวคิดของ Forest Bathing เข้ามาครับ ถ้างั้น Wazzadu Low Carbon Material Library ขอลองแชร์ไอเดียที่ออกแบบตามแนวคิด Phytoncide Architecture เผื่อใครอยากต่อยอดไปใช้งานนะครับ
1. เลือกพันธุ์ไม้ที่ปล่อยไฟทอนไซด์สูง
ได้แก่ ต้นสน, ต้นซีดาร์, ต้นยูคาลิปตัสและไซเปรส ที่สามารถปลูกเป็นสวนหย่อม / สวนดาดฟ้า / Green Wall เพื่อให้ต้นไม้ดังกล่าวปล่อยไฟทอนไซด์ให้ระเหยได้ทั่วถึง และในพื้นที่ร่มเงา อาจสลับปลูกต้นไม้ที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ อย่าง โรสแมรี่หรือต้นเลมอนเพื่อสร้างบรรยากาศที่สดชื่นเพิ่มขึ้น
2. ออกแบบระบบหมุนเวียนอากาศให้ดึงกลิ่นจากธรรมชาติเข้ามา
เพื่อกระจายตัวกลิ่นของไฟทอนไซด์สู่ทุกทิศทาง การไหลเวียนของอากาศภายในอาคารนั้น สามารถใช้หลักของ Natural Ventilation โดยออกแบบช่องลมให้พัดผ่านพื้นที่สีเขียวก่อนเข้าสู่ภายในอาคาร ผู้ใช้งานอาคารจะได้สัมผัสกับสารระเหยนี้ผ่านลมธรรมชาติ
3. มีพื้นที่เชื่อมต่อ Indoor–Outdoor
หรืออีกวิธีคือ ทำ Semi-outdoor Space เช่น ระเบียง, ลานนั่งเล่น, จุดนั่งพักใต้ต้นไม้ใหญ่ เพื่อให้ผู้ใช้งานอาคารสามารถสูดอากาศบริสุทธิ์ไปด้วย เข้าถึงพื้นที่สีเขียวได้ด้วย
ทั้งหมดนี้ ถ้านำไปออกแบบและก่อสร้างจริง คงเปรียบเหมือนการมีพื้นที่สีเขียวให้คนได้มาเติมวิตามินจากธรรมชาติ เพื่อสูดดมเอาอากาศบริสุทธิ์และฟื้นฟูร่างกายให้มีภูมิคุ้นกันที่แข็งแรงขึ้น จิตใจสงบและเครียดน้อยลง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
https://www.creativethailand.org
https://tatacademy.com
รูปประกอบจาก :
https://archello.com
ผู้เขียนบทความ
ด้วยการเกณฑ์การประเมินคาร์บอนฯ ที่แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1. Low Carbon CFO (Carbon Footprint for Organization) : การประเมิน carbon footprint ขององค์กร
2. Low Carbon CFP (Carbon Footprint of Product) : การประเมิน carbon footprint ของผลิตภัณฑ์
ทั้งนี้เพื่อผลักดันให้ผู้ผลิตและผู้พัฒนาวัสดุที่มีความมุ่งมั่นในการลดคาร์บอนจากวัสดุที่จำหน่าย มุ่งสู่เส้นทาง Low Carbon material ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทางโครงการมีการแบ่งเฟสที่บอกระดับว่าแต่ละองค์กรอยู่ที่จุดไหนแล้วบ้าง ได้แก่
Phase 1 : Committed เข้าร่วมโครงการ Wazzadu Low Carbon Material Library สู่เส้นทาง Low Carbon
Phase 2 : On-Track ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
Phase 3 : Achieved สามารถปล่อยคาร์บอนฯ ต่ำได้แล้วเมื่อเทียบจากครั้งก่อนๆ
หวังว่าห้องสมุดที่รวมวัสดุคาร์บอนฯ ต่ำนี้จะช่วยให้ทุกท่านได้พบกับวัสดุที่สามารถใช้ออกแบบให้เกิดเป็นสถาปัตยกรรมคาร์บอนต่ำได้จริง ... อ่านเพิ่มเติม