Regenerative Design การออกแบบอาคารเชิงฟื้นฟูระบบนิเวศและสังคม
การจะสร้างอาคารเขียว (Green Building) สักหลังหนึ่ง มีเบื้องหลังที่เต็มไปด้วยกระบวนการคิดอย่างแยบยลและละเอียดอ่อนในแต่ละขั้นตอนเป็นอย่างมาก เหล่านักออกแบบต่างขบคิดว่าจะทำอย่างไรให้อาคารนี้ใช้ทรัพยากรในการก่อสร้างให้คุ้มค่า ไม่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาสูงและเมื่อใช้งานอาคารแล้วจะต้องไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เป็นเหตุให้พวกเขาต้องมองการณ์ไกลไปกว่าสร้างอาคารที่ลดคาร์บอน เพราะต้องหวนกลับมาสู่เรื่องของการเยียวยา การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบข้าง
และ Wazzadu Low Carbon Material Library ก็ได้เจอกับข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง Regenerative Design ที่สอดคล้องกับการออกแบบอาคารเขียวอีกด้วย เลยขอแบ่งปันความรู้ให้กับเพื่อนๆ ครับ
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับ Regenerative Design ก่อนครับ โดยขอนิยามไว้ว่า...
Regenerative Design คือ แนวคิดการออกแบบที่ก้าวไปไกลกว่า Sustainable Design หรือการออกแบบอย่างยั่งยืน ด้วยความที่การออกแบบอย่างยั่งยืนเน้นไปที่ลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ขณะที่การ Regenerative Design จะมุ่งไปที่การฟื้นฟูและสร้างคุณค่าใหม่ให้กับระบบนิเวศและชุมชน
กล่าวคือ Regenerative Design ไม่ใช่ภารกิจการทำเรื่อง Net Zero เพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างผลกระทบเชิงบวกให้ธรรมชาติและมนุษย์ไปด้วยกัน ยกตัวอย่าง เช่น การคืนความหลากหลายทางชีวภาพให้กับระบบนิเวศ, การปรับปรุงคุณภาพของดินและน้ำหรือการเสริมสร้างสุขภาวะของผู้คนในชุมชน เป็นต้น
สำหรับมุมของ Architectural Design นั้น มี Key Principles 5 ข้อจาก USGBC (U.S. Green Building Council) ที่อาจเป็นเครื่องมือที่ช่วยขยายมุมมองของนักออกแบบ จากการสร้างอาคารที่ยั่งยืนไปสู่การสร้างอาคารที่เยียวยา ฟื้นฟู และสร้างคุณค่าใหม่ ซึ่งครอบคลุมทั้ง สิ่งแวดล้อม – สังคม – เศรษฐกิจ – นวัตกรรม – ระบบ มาแชร์ครับ
5 Key Principles in Designing Regenerative Buildings ที่ U.S. Green Building Council (USGBC) หรือ องค์กรชั้นนำระดับโลกด้านการพัฒนาอาคารสีเขียว (Green Building) และเป็นผู้ริเริ่มระบบ LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) ซึ่งเป็นโปรแกรมการประเมินอาคารสีเขียวที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดในโลก ได้พัฒนากรอบการออกแบบอาคารเชิง Regenerative Design ที่มีหลักการสำคัญ 5 ประการ ดังนี้ครับ
1. Ecosystem-Centric Design : การออกแบบที่ยึดระบบนิเวศเป็นศูนย์กลาง
อาคารนั้นจัดอยู่ในฐานะองค์ประกอบของสิ่งที่ไม่มีชีวิตภายในระบบนิเวศ แต่ต้องสร้างให้มีการปฏิสัมพันธ์กับปัจจัยชีวภาพและปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ อาทิ แสงอาทิตย์ สายลมและภูมิอากาศ โดยนำมาพิจารณาในการออกแบบ เพื่อป้องกันไม่ให้เรามองข้ามผลกระทบในมิติกว้าง ที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตต่างๆ ในระบบนิเวศ
ดังนั้น ต้องตระหนักถึงความเชื่อมโยงระบบความเป็นอยู่ของสิ่งมีชีวิตต่างๆ และยกระดับสุขภาวะของระบบนิเวศผ่านการบูรณาการถึงองค์ประกอบการออกแบบส่วนต่างๆ ของอาคารให้สอดคล้องกับกระบวนการทางธรรมชาติ เพื่อให้อาคารสามารถมีส่วนร่วมเชิงรุกในการยกระดับระบบนิเวศ
2. Social Well-Being Design : การออกแบบเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีทางสังคม
มากกว่าการออกแบบเพื่อผู้ใช้งานอาคารและส่งเสริมด้าน Wellness แล้ว ถ้าต้องการบรรลุการออกแบบเชิงฟื้นฟูขึ้นไปอีกขั้น เราต้องยกระดับไปสู่การออกแบบเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีทางสังคมที่ไม่ได้มุ่งเฉพาะผู้ใช้งานอาคาร แต่ยังต้องเพิ่มคุณภาพการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับการสร้างพื้นที่ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้คน หรือ Common Area ไม่ก็ Public Space ที่เอื้อต่อการพบปะ เอื้อต่อการเข้าถึงบริการสาธารณะและระบบขนส่งอย่างทั่วถึง ไว้ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและความเสมอภาคให้กับสังคมนั้นๆ ซึ่งประเด็นนี้ LEED v5 ก็ได้เพิ่มมิติทางสังคมเข้าไปด้วยเช่นกัน
3. Prosperity-Oriented Design : การออกแบบที่กระตุ้นความเจริญ
ไม่เพียงแค่สร้างอาคารเขียวเพื่อให้เกิดความยั่งยืนและเป็นผลดีต่อโลกเท่านั้น แต่การ Regenerative Design มองว่าระบบเศรษฐกิจเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศขนาดใหญ่ จึงต้องสร้างโมเดลธุรกิจที่สอดคล้องกับเป้าหมายด้านนิเวศและสังคม เพื่อให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจอีกด้วย
การออกแบบเชิงฟื้นฟูสามารถสร้างอาคารที่เชื่อมโยงกับพื้นที่สีเขียว ช่วยส่งเสริมการตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม และมีโอกาสต่อยอดพัฒนาระบบการผลิตพลังงานทดแทน เกิดเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ หรือกระจายการสร้างรายได้ให้กับชุมชนรอบข้างเมื่อเกิดโปรเจกต์ที่สร้างอาคารเชิงพาณิชย์หรือโครงการ Mixed use ที่สามารถกลายเป็นศูนย์กลางของการจ้างงานและสร้างวงจรเศรษฐกิจที่เป็นบวก
4. Circularity Economy Design : การออกแบบตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน
แนวทางนี้สะท้อนผ่านการเลือกใช้วัสดุ โดยวัสดุก่อสร้างควรที่จะสามารถรีไซเคิลเพื่อวนกลับมาใช้ซ้ำได้ต่อเนื่องหรือสามารถย่อยสลายทางชีวภาพได้ เป้าหมายของข้อนี้คือทำให้วัสดุหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง ง่ายต่อการใช้งาน รื้อถอน การกลับมาใช้ซ้ำ โดยไม่ก่อให้เกิด waste ทางอุตสาหกรรมก่อสร้างหรือสามารถย่อยสลายตามธรรมชาติได้เมื่อเวลาผ่านไป
5. Disassembly-Driven Design : การออกแบบเพื่อการรื้อถอน
เน้นการสร้างผลิตภัณฑ์และโครงสร้างที่สามารถรื้อถอนได้ง่ายเมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งาน โดยการออกแบบเพื่อการรื้อถอน เราสามารถทำให้เกิดการรีไซเคิล การซ่อมแซม และการนำชิ้นส่วนกลับมาใช้ซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม ซึ่งจะสอดคล้องกับข้อ 4 เมื่อสักครู่ แนวทางนี้ส่งผลต่อวิธีการออกแบบอาคาร เช่น การผลิตชิ้นส่วนสำเร็จรูป (Prefabrication), การก่อสร้างระบบสำเร็จรูป (Modular System) และการลดความซับซ้อนของการติดตั้งระบบต่างๆ เป็นต้น
ใครที่สนใจนำหลักการออกแบบทั้ง 5 นี้ ไปปรับใช้ อาจจะต้องกำหนดตัวชี้วัดหรือเป้าหมายของในแต่ละแนวทางลงไปด้วยนะครับ เพื่อจะได้ติดตามผลลัพธ์ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนงานโครงการนั้นเสร็จสิ้น และที่สำคัญการใช้ Principle นี้ที่มาจากระบบ LEED ทาง Wazzadu Low Carbon Material Library มองว่าก็สามารถช่วยให้นักออกแบบยกระดับเป้าหมายการออกแบบอาคารเขียวให้เข้ากับแนวทางการดำเนินการของ LEED ได้ครับ และจะทำให้อาคารนั้นสามารถบรรลุเป้าหมายการออกแบบเชิงฟื้นฟูได้อย่างแท้จริง
ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.usgbc.org
ขอบคุณรูปจาก :
https://designwanted.com
https://www.arch2o.com
https://hortenzia.net
https://parametric-architecture.com
ผู้เขียนบทความ
ด้วยการเกณฑ์การประเมินคาร์บอนฯ ที่แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1. Low Carbon CFO (Carbon Footprint for Organization) : การประเมิน carbon footprint ขององค์กร
2. Low Carbon CFP (Carbon Footprint of Product) : การประเมิน carbon footprint ของผลิตภัณฑ์
ทั้งนี้เพื่อผลักดันให้ผู้ผลิตและผู้พัฒนาวัสดุที่มีความมุ่งมั่นในการลดคาร์บอนจากวัสดุที่จำหน่าย มุ่งสู่เส้นทาง Low Carbon material ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทางโครงการมีการแบ่งเฟสที่บอกระดับว่าแต่ละองค์กรอยู่ที่จุดไหนแล้วบ้าง ได้แก่
Phase 1 : Committed เข้าร่วมโครงการ Wazzadu Low Carbon Material Library สู่เส้นทาง Low Carbon
Phase 2 : On-Track ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
Phase 3 : Achieved สามารถปล่อยคาร์บอนฯ ต่ำได้แล้วเมื่อเทียบจากครั้งก่อนๆ
หวังว่าห้องสมุดที่รวมวัสดุคาร์บอนฯ ต่ำนี้จะช่วยให้ทุกท่านได้พบกับวัสดุที่สามารถใช้ออกแบบให้เกิดเป็นสถาปัตยกรรมคาร์บอนต่ำได้จริง ... อ่านเพิ่มเติม