เทคนิคเลือกแบบผ้าม่านให้ลงตัวกับบ้านใหม่


สามารถชมสินค้าภาพตัวอย่างการติดแต่งได้ทาง www.pamanthai.com


ท่านที่ซื้อบ้านหรือตกแต่งห้องใหม่หากกำลังมองหาม่านมาสำหรับใช้งานหรือใช้ตกแต่งประตู,หน้าต่างแต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี ติดมาแล้วจะออกมาดูดีไหม จะเลือกม่านแบบไหนดี ราคาจะแพงไหม หาข้อมูลได้จากบทความนี้เลย

เริ่มต้นคือเลือกแบบม่านที่ต้องการก่อน ม่านในท้องตลาดมีให้เลือกใช้หลายแบบ เช่น

  1. ผ้าม่าน เป็นวัสดุที่เป็นที่นิยมและมีมานาน สั่งตัดได้ทั้ง ม่านจีบ ม่านพับ ม่านตาไก่ ม่านลอน ในการตกแต่งบ้านเมื่อนึกถึงการกรองแสงหรือบังแสงแดดแล้วผ้าม่านมักจะเป็นสินค้าอันดับแรกที่หลายๆท่านนึกถึง นอกจากจะช่วยในเรื่องของการกรองแสงได้แล้วยังช่วยทำให้บ้านหรือสถานที่นั้นดูสวยงามอย่างมีสไตล์อีกด้วย

    ข้อแนะนำแรกสำหรับท่านที่ใช้งานเปิดปิดม่านทุกๆวัน สำหรับส่วนของเป็นประตูมักจะใช้ม่านที่มีลักษณะแหวกออกตรงกลาง เช่น ม่านจีบ ม่านตาไก่ เนื่องจากสะดวกในการเดินเข้าออกมากกว่าม่านพับ สำหรับหน้าต่างเลือกได้ทั้งม่านจีบและม่านพับ ม่านที่ไม่แนะนำให้เลือกใช้คือม่านคอกระเช้าเนื่องจากใช้งานดึงเปิดปิดทำได้ยาก โดยเฉพาะกับบานประตูขนาดใหญ่



    สำหรับเนื้อผ้าแบ่งได้หลักๆเป็น3ชนิดได้แก่

    เนื้อผ้าชนิดที่แสงผ่านได้บ้างเป็นเนื้อผ้ามาตรฐานที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ความสามารถในการกันแสงขึ้นอยู่กับสีของเนื้อผ้าเป็นหลัก(สีเข้มแสงผ่านได้น้อย สีอ่อนแสงผ่านได้มาก)

    ผ้าม่านทึบแสง (blackout) หรือผ้ากันแสงกำลังเป็นที่นิยมอย่างสูงปัจจุบันได้กลายเป็นมาตรฐานไปแล้วก็ว่าได้ เหมาะสำหรับลูกค้าที่ไม่ต้องการแสงในช่วงเช้าหรือบริเวณที่ถูกแสงแดดแรงๆ ผ้าชนิดนี้กันแสงได้มากกว่า 80%

    เนื้อผ้าที่สามารถมองเห็นวิวภายนอกได้ (ผ้าโปร่ง) มักติดซ้อนกับม่านที่ใช้งานปกติ(ผ้าม่านแบบทึบ) หน้าที่หลักๆคือให้ความสวยงาม ช่วยให้แสงที่ส่องเข้ามาภายในดูนวลตา พลางสายตาจากคนภายนอกและยังป้องกันแสงแดดได้บ้างอีกด้วย

    เลือกใช้ผ้าชนิดทึบแสงเลยดีหรือเปล่า ?
    สำหรับห้องหันหน้าไปทางทิศใต้จะโดนแดดค่อนข้างแรง หรือ กรณีผู้อยู่อาศัยต้องการนอนตื่นสาย การใช้ผ้าม่านทึบแสงเลยก็เป็นทางเลือกที่ดี แต่ก็ไม่เหมาะนักสำหรับห้องที่ต้องการแสงสว่างจากภายนอกเนื่องจากผ้าทีึบแสงเวลาปิดใช้งานแล้วแสงจะผ่านเข้ามาภายในห้องได้น้อยมาก

    ควรจะติดผ้าโปร่งอีกชั้นด้วยไหม ?
    การติดผ้าโปร่งเพิ่มเข้าไป ที่ได้แน่ๆคือเรื่องความสวยงามและช่วยให้ความเป็นส่วนตัวในขณะที่แสงยังส่อง เข้ามาในห้องได้ แต่ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมา(เท่ากับการติดม่าน2ชุดซ้อนกัน รวมถึงต้องเหนื่อยในการซักเป็น2เท่าด้วย

    บางท่านอาจเข้าใจผิดไปว่าถ้าเราติดผ้าโปร่งเสริมแล้วไม่ต้องใช้ผ้าแบบทึบแสงก็ได้ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด ผ้าโปร่งนั้นไม่ได้มีคุณสมบัติในการป้องกันแสงเท่าไรนัก จะเน้นไปทางด้านความสวยงามและช่วยเปลี่ยนบรรยากาศภายในห้องมากกว่า หากต้องการให้ห้องมืดผ้าทึบที่ใช้ควรเป็นผ้าชนิดทึบแสง(ผ้ากันแสงหรือผ้าแบล็คเอ้าท์)

    ใช้รางม่านแบบใดดี ?
    รางสำหรับผ้าม่านหลักๆมี2ชนิดคือรางชนิดลูกล้อกับรางโชว์
    รางชนิดลูกล้อได้แก่รางตัวเอ็มและรางซี เหมาะสำหรับจุดที่เน้นการใช้งานเปิดปิดบ่อยๆเป็นหลักไม่เน้นความสวยงามมากมากนักรางม่านชนิดนี้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดและเป็นระบบรางมาตรฐาน




    การเปิดปิดม่านเลือกได้2วิธีคือ

    • ใช้มือจูงหรือใช้ด้ามจูงผ้าม่าน มีข้อดีคือเลือกดึงม่านทางด้านซ้ายหรือทางด้านขวาแยกกันได้ (ปิดเปิดแต่ละด้านได้อิสระจากกัน)
    • ใช้เชือกชักรอก(ปัจจุบันไม่นิยม) ดึงรวบม่านโดยใช้เชือก เวลาใช้งานรางระบบนี้ตัวผ้าม่านด้านซ้ายและขวาจะถูกดึงเปิดหรือปิดไปพร้อมๆกัน

    หรือ หากต้องการความสวยงามมีแบบให้เลือกมากมายก็เลือกใช้รางโชว์(ราวผ้าม่านแบบโชว์ราว) ทั้งชนิดที่เป็นเหล็ก อลูมิเนียมและไม้ จุดเด่นของรางประเภทนี้คือดูสวยงามมีให้เลือกหลากหลายแบบ แต่จุดด้อยคือความคล่องตัวในการดึงเปิดปิดม่านจะสะดวกสู้รางผ้าม่านระบบลูกล้อไม่ได้

    ยิ่งถ้าเป็นม่านแบบตาไก่ก็จะยิ่งมีความฝืดกว่าแบบใช้ห่วง สำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบรางโชว์ทางร้านผ้าม่านไทยมีจำหน่ายรางโชว์รุ่นมีลูกกลิ้งรางรุ่นนี้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องความฝืดของรางโชว์รุ่นปกติได้เป็นอย่างดี

  2. ม่านม้วน  เป็นรูปแบบของม่านที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันเนื่องจากดูแลรักษาง่ายไม่ผมฝุ่นเหมาะกับชีวิตในเมืองที่เร่งรีบไม่ค่อยมีเวลามาทำความสะอาดม่านมากนัก เน้นความเรียบง่ายแต่ดูทันสมัย ใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก พื้นที่ในการติดตั้งน้อย ม่านม้วนเป็นม่านชนิดเดียวที่มีคุณสมบัติทั้งหมดตามที่ได้กล่าวมา และด้วยราคาที่ไม่สูงเหมือนในอดีตทำให้ในปัจจุบันลูกค้าหลายๆท่านเริ่มสอบถามถึงม่านม้วนเพื่อนำไปใช้กันทั้งใน บ้าน คอนโด หน้าต่างที่ทำงาน หรือ ในร้านอาหารต่างๆ ตัวม่านม้วนมีลักษณะเด่นที่เห็นได้ชัดคือเมื่อม้วนเก็บจะกินพื้นที่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

    ชนิดของม่านม้วน ตัวม่านโดยมากจะผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์ สามารถแบ่งได้เป็น3ชนิดได้แก่

    ชนิดทึบแสง (แบล็กเอ้าท์) ม่านม้วนชนิดทึบแสง สามารถป้องกันได้ทั้งแสงและแดด ตัวใบโดยมากจะมีผิวมันทำให้ฝุ่นไม่ค่อยจับและช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่าย นิยมนำไปใช้ภายในห้องนอน

    ข้อดีของม่านม้วนชนิดทึบแสง(กันแสง Blackout)

    • ป้องกันแสงได้มากกว่า 95%
    • มีส่วนช่วยในเรื่องการป้องกันความร้อนได้ด้วย
    • ม่านม้วนแบล็กเอาท์บางชนิดมีผิวมันทำให้ดูแลรักษาได้ง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องฝุ่น
    • ช่วยให้นอกตื่นสายได้สำหรับบางคนที่นอนไม่เป็นเวลา

    ข้อด้อยของม่านม้วนชนิดทึบแสง(กันแสง Blackout)

    • หากใช้ในบริเวณที่ไม่เหมาะสมอาจะทำให้บรรยากาศในห้องดูอึดอัดเนื่องจากแสงไม่สามารถผ่านเข้ามาได้
    • ม่านม้วนทึบแสงช่วยให้ห้องมืดในยามเช้า


    ม่านม้วนชนิดซันสกรีน เป็นรูปแบบม่านม้วนที่เมื่อปิดม่านลงแล้วยังสามารถเห็นวิวภายนอกได้โดยผ่านทางรูเล็กๆ นิยมใช้กันในร้านอาหารหรือห้องรับแขก

    ข้อดีของม่านม้วนซันสกรีน(Sunscreen)

    • มองเห็นบรรยากาศภายนอกห้องได้ในขณะที่ปิดม่านอยู่
    • ดึงม่านปิดแล้วไม่รู้สึกปิดทึบ
    • ให้ความเป็นส่วนตัวได้ถ้าหากว่าแสงจากภายนอกสว่างกว่าภายในเช่นในช่วงเช้า

    ข้อด้อยของม่านม้วนชนิดซันสกรีน

      ป้องกันแสงแดดไม่ได้100% เมื่อปิดม่านลงแล้วหากมีแดดส่อง แสงแดดจะผ่านทะลุตัวม่านไปได้บ้าง
      อาจไม่เป็นส่วนตัวนักในสภาวะที่แสงจากภายในสว่างกว่าภายนอกเช่นตอนกลางคืน (หากมองเข้ามาจะเห็นเป็นภาพมัวๆ)


    ม่านม้วนแบบดิมเอ้าท์ เป็นชนิดที่เมื่อติดตั้งแล้วให้ความเป็นธรรมชาติมากที่สุดเนื่องจากแสงจากภายนอกสามารถผ่านเข้ามาได้บ้าง โดยที่ยังป้องกันแดดได้

    ข้อดีของม่านม้วนชนิดแสงผ่านได้(Dimout)

    • เมื่อปิดม่านลงแล้วให้ความส่วนตัวได้โดยที่ภายในห้องยังคงมีแสงสว่าง
    • ป้องกันแสงและแดดได้
    • ให้ความเป็นธรรมชาติม่านกว่าม่านม้วนชนิดอื่นๆ

    ข้อด้อยของม่านม้วนชนิดแสงผ่านได้(ดิมเอาท์)

      เนื่องจากยังมีแสงผ่านเข้ามาได้ แสงสว่างจึงพาความร้อนเข้ามาภายในได้
      ดูแลรักษาได้ยากกว่าม่านม้วนชนิดอื่นๆ

  3. มู่ลี่ การใช้มู่ลี่เพื่อบังแสงแดดเป็นรูปแบบของม่านชนิดหนึ่งที่มีมานานและยังคงได้รับความนิยมจนถึงในปัจจุบันนี้ เนื่องจากใช้งานได้ง่ายสามารถปรับระดับแสงให้เข้ามาได้มากหรือน้อยได้ตามต้องการ มีสีให้เลือกหลากหลายสีสรร ใช้ได้ทั้งในที่ทำงานและบ้านพักอาศัย

    โดยชนิดใบของมู่ลี่ที่มีจำหน่ายแบ่งออกได้เป็น2ประเภทคือ

    มู่ลี่อลูมิเนียมตัวใบผลิตจากอลูมิเนียม ขนาดที่นิยมใช้มี2ขนาดคือ 25มม.ร้อยใบด้วยเชือกปรับองศาของใบด้วยระบบแกนปรัรบ และ ขนาด50มม.ร้อยใบด้วยบันไดผ้าเลือสีเทปผ้าได้กว่า10สี การปรับใบจะใช้เชือกในการปรับใบ

    มู่ลี่อลูมิเนียม มู่ลี่อลูมิเนียม ขนาด25มม.จะเป็นที่นิยมใช้กันมากตามออฟฟิตเนื่องจากมีราคาย่อมเยา ส่วนขนาดใบ50มม.ซึ่งร้อยตัวใบด้วยบันไดผ้าขนาด1" นิยมใช้กันทั้งในบ้านและที่ทำงานเนื่องจากให้ความสวยงามมากว่าใบ25มม.

    มู่ลี่ไม้ตัวใบผลิตจากไม้แท้มีให้เลือกใช้ทั้งไม้บาสและไม้รามิน มีขนาดตัวใบให้เลือก3ขนาดคือ 25,35,50 มิลลิเมตร โดยทั้ง3ขนาดร้อยใบด้วยบันไดผ้าช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับตัวมู่ลี่ สำหรับมู่ลี่ไม้ขนาดที่นิยมใช้กันมากคือขนาด50มม. เนื่องจากให้ความสวยงามและมีบันไดผ้าใหญ่กว่าขนาด25,35มม.

    มู่ลี่ไม้เป็นรูปแบบของม่านชนิดหนึ่งที่ใช้ในการตกแต่งหน้าต่าง จัดเป็นสินค้าที่มีราคาสูงพอสมควรแต่ให้ความสวยงามและให้กลิ่นอายของความเป็นธรรมชาติได้ดีกว่าม่านรูปแบบอื่นๆ จึงยังได้รับความนิยมเลือกนำมาตกแต่งบ้านกัน ไม่ว่าจะกี่ยุคสมัยก็ตาม ตำแหน่งที่ติดมู่ลี่ไม้จะไม่ติดตั้งที่ตำแหน่งประตูที่มีการเดินเข้าออกเนื่องจากการดึงมู่ลี่ไม้ซึ่งมีน้ำหนักมากจะทำให้ตัวเชือกชำรุดได้ โดยมากมักติดตั้งที่ตำแหน่งหน้าต่าง ตัวมู่ลี่ไม้สามารถปรับระดับของแสงที่สาดส่องเข้ามาได้โดยระบบที่ใช้จะมีเชือก2เส้นในการปรับมุมของตัวใบมู่ลี่ไม้

    ข้อแนะนำในการเลือกซื้อมู่ลี่ไม้ ควรเลือกระบบในการร้อยใบแบบด้ายคู่ โดยการร้อบใบแบบนี้ตัวด้ายจะอยู่บนตัวมู่ลี่ทั้งด้านบนและด้านล่าง ซึ่งโดยทั่วไปจะร้อยเฉพาะด้านล่างทำให้เกิดปัญหาเวลาปรับองศาของตัวใบ การร้อยแบบด้ายคู่จะทำให้ใบมู่ลี่ไม่สามารถบิดตัวได้เองช่วยแก้ปัญหาใบมู่ลี่พลิกตัวอย่างไม่เป็นระเบียบ

    ตัวอย่างการร้อยใบเข้ากลางเทปผ้าแบบด้ายคู่ (ร้อยใบทั้งด้านบนและล่างของตัวใบ) ไม่มีปัญหาใบเรียงตัวไม่เป็นระเบียบเมื่อปรับแสง
    ตัวอย่างการใช้เชือกร้อยใบด้านเดียว(ด้านล่างของใบ) อาจมีปัญหาการเรียงตัวของใบมู่ลี่ขณะปรับแสง

    เชื่อได้เลยว่าเราทุกๆคนย่อมต้องการให้บ้านที่ตนอาศัยนั้นดูสวยงามและน่าอยู่แต่บ้านจะสวยงามไม่ได้เลยถ้าหากขาดการตกแต่ง รูปแบบของม่านที่ใช้ในการการตกแต่งบ้านนั้นมีหลากหลายรูปแบบ มู่ลี่ก็เป็นม่านรูปแบบหนึ่งที่ไม่ได้จำกัดการใช้เฉพาะในออฟฟิตเท่านั้นแต่ยังสามารถนำมาใช้ตกแต่งบ้านให้สวยงามได้ด้วย
    ในการตกแต่งบ้านมักเริ่มด้วยการเลือกสีผนังห้อง โดยทั่วไปแล้วจะเป็นสีขาวหรือสีโทนอ่อนเช่นสีครีม สีในโทนอ่อนนี้จะช่วยให้ห้องดูสว่างและให้ความรู้สึกว่าห้องกว้างกว่าการใช้ผนังสีเข้ม รูปแบบเฟอร์นิเจอร์ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรเลือกให้เหมาะสมกับขนาดของห้อง สำหรับหน้าต่างที่ใช้รับแสงมู่ลี่อลูมิเนียมขนาดใบ2นิ้ว(50มิลลิเมตร) นอกจากสามารถใช้ประโยชน์ในการป้องกันแสงแดด และ ใช้ชมทัศนียภาพภายนอกได้โดยไม่ต้องดึงตัวมู่ลี่ขึ้นเก็บ(คุณสมบัติของตัวมู่ลี่คือสามารปรับมุมของตัวใบให้เปิดปิดเพื่อรับแสงได้)แล้ว ยังให้ความสวยงามในการตกแต่งบ้านได้อีกด้วยเพราะระบบการร้อยใบของมู่ลี่50มิลลิเมตรจะร้อยใบด้วยผ้าขนาด1นิ้วและมีให้สีเลือกใช้ถึง17สี

  4. ม่านปรับแสง
  5. ในการตกแต่งห้องนั้นมุมหน้าต่างถือเป็นมุมหนึ่งที่หากไม่ได้รับการตกแต่งแล้ว ห้องๆนั้นก็จะเหมือนยังแต่งไม่ได้สมบูรณ์ ม่านปรับแสง เป็นรูปแบม่านที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการตกแต่งในรูปแบบโฮมออฟฟิตเนื่องจากมีความเรียบง่ายและดูัทันสมัย ตัวใบมีขนาด89มม.ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์มีให้เลือกใช้ทั้งชนิดทึบแสงและชนิดแสงผ่านได้ สำหรับม่านปรับแสงชนิดแสงผ่านได้(ดิมเอาท์)ถือเป็นสินค้าที่นิยมนำมาตกแต่งมากอีกชิ้นหนึ่งเนื่องจากมีราคาไม่แพงและสามารถใช้ได้ทั้งในบ้านพักอาศัยและในที่ทำงาน ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติไม่ดูทึบเกินไป การใช้งานม่านปรับแสงสามารถสั่งผลิตโดยให้เปิดตรงกลางหรือรวบเก็บไว้ด้านเดียวได้


    ม่านปรับแสงแนวตั้งชนิดเส้นใยสังเคราะห์ซึ่งเป็นชนิดที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน จะมีให้เลือกใช้3ชนิดดังนี้

    ชนิดดิมเอ้าท์ มีสีสรรให้เลือกมากมาย และมีเส้นสายลวดลายเล็กๆอยู่ในตัวม่านเมื่อติดตั้งไปแล้วจะให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ โดยบรรยากาศของห้องจะเปลี่ยนไปตามสีของตัวม่านมีมีแสงส่องผ่าน


    ชนิดแบล็กเอ้าท์ หรือ ทึบแสง ม่านชนิดนี้แสงจะไม่สามารถผ่านตัวม่านได้ มีส่วนช่วยป้องกันความร้อนได้มากกว่าชนิดดิมเอาท์ ตัวใบม่านมีลักษณะเป็นผิวมันทำความสะอาดได้ไม่ยาก นิยมใช้กันตามออฟฟิตหรือห้องที่แสงแดดแรง เมื่อปิดแล้วแสงจะไม่สามารถผ่านทะลุใบม่านได้ ช่วยป้องกันความร้อนที่มากับแสงได้ดีกว่าแบดิมเอ้า


    ชนิดมองเห็นวิวภายนอกได้ โดยที่ยังกันแดดได้ สามารถใช้ได้ทั้งในที่พักอาศัยและออฟฟิต ตัวใบมีลักษณะเป็นเส้นใยทอกันแบบไม่ชิดคล้ายตาข่าย ลักษณะเด่นของใบม่านปรับแสงชนิดนี้คือสามารถมองเห็นวิวภายนอกได้ขณะที่ปิดตัวม่านเพื่อบังแสงแดดอยู่


    สำหรับชนิดที่แสงผ่านได้จะเป็นชนิดที่ลูกค้าให้ความสนใจมากที่สุดเนื่องจากมีราคาย่อมเยากว่าแบบทึบแสงมีส่วนช่วยทำให้ห้องดูมีสีสรรได้อย่างเป็นธรรมชาติ คือเมื่อแสงจากภายนอกส่องผ่านใบม่านจะให้ทำให้ความรู้สึกของแสงที่สลัวๆตามสีของตัวใบม่านปรับแสง ในการปรับทิศทางของใบม่านเพื่อให้กรองแสงหรือกันแสงที่ผ่านเข้ามาทำได้ง่ายๆโดยการดึงโซ่ที่ตัวรางม่านปรับแสง หรือ หากต้องการดึงตัวม่านเพื่อรวบเปิดปิดก็จะมีสามารถดึงรูดเปิดปิดได้ด้วยเชือกที่ร้อยผ่านมาจากตัวราง
    ในการตกแต่งห้องนั้นมุมหน้าต่างถือเป็นมุมหนึ่งที่หากไม่ได้รับการตกแต่งแล้ว ห้องๆนั้นก็จะเหมือนยังแต่งไม่ได้สมบูรณ์ ม่านปรับแสง เป็นรูปแบม่านที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการตกแต่งในรูปแบบโฮมออฟฟิตเนื่องจากมีความเรียบง่ายและดูัทันสมัย ตัวใบมีขนาด89มม.ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์มีให้เลือกใช้ทั้งชนิดทึบแสงและชนิดแสงผ่านได้ สำหรับม่านปรับแสงชนิดแสงผ่านได้(ดิมเอาท์)ถือเป็นสินค้าที่นิยมนำมาตกแต่งมากอีกชิ้นหนึ่งเนื่องจากมีราคาไม่แพงและสามารถใช้ได้ทั้งในบ้านพักอาศัยและในที่ทำงาน ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติไม่ดูทึบเกินไป การใช้งานม่านปรับแสงสามารถสั่งผลิตโดยให้เปิดตรงกลางหรือรวบเก็บไว้ด้านเดียวได้

การเลือกม่านตามสไตล์การแต่งห้อง
การตกแต่งห้องต่างๆภายในบ้านตามสไตล์ของแต่ละคน มีส่วนประกอบที่ต้องคำนึงมากมายหนึ่งในนั้นก็เป็นเรื่องของการใช้ผ้าม่านที่ต้องเลือกสรรว่าจะใช้แบบไหนจึงจะเหมาะสมและเข้ากับบรรยากาศของห้องนั้นๆ เพราะผ้าม่านนอกจากจะช่วยในการกรองแสงบังแสงที่เข้ามาภายในบ้านแล้วยังช่วยเพิ่มความสวยงามบ่งบอกความเป็นตัวตนและความชอบของเจ้าของห้องได้เช่นกัน มาดูวิธีเลือกผ้าม่านให้เข้ากับสไตล์กัน

แบบผ่อนคลายสบายๆ แต่งห้องในแบบสบายๆบรรยากาศแบบนี้ เป็นการแต่งห้องที่ไมเน้นอะไรมากเช่นตกแต่งห้องโถงกว้างๆ เพราะจะช่วยทำให้ดูกว้างและสว่างตามากขึ้น โล่งๆสบายๆ สำหรับผ้าม่านที่จะำนำมาแต่งห้องประเภทนี้ต้องเป็นผ้าม่านที่ทิ้งตัวได้ดีไม่ต้องอัดจีบ และยาวระพื้นเลยให้เป็นสีที่เรียบง่ายหวานๆสบายตา

สไตล์หรูหรา หากเป็นคนชอบความหรูหรามีระดับในการตกแต่งห้อง ผ้าม่านที่ควรเลือกมาแต่งห้องควรเป็นผ้าม่านที่มีจีบคมๆเห็นชัดและมีความยาวถึงพื้นและมีสีที่เรียบๆสื่อถีงความเป็นผู้ใหญ่ มีผ้าโปร่งสีขาวซ้อนอีกชั้นจะทำให้ดูหรูหราขึ้นมา และยกระดับของห้องและตัวเจ้าของห้องขึ้นมาได้ในความรู้สึก เปิดม่านออกด้วยการดันไปด้านข้างโชว์กีบให้เด่นชัดมากขึ้นและชมวิวสวยๆจากด้านนอกได้อีก

เรียบง่าย สำหรับห้องที่ต้องมีอุปกรณ์เยอะแยะ ควรใช้ผ้าม่านในการแต่งแบบเรียบๆจะเหมาะที่สุด ดูไม่หรูจนเกินไป เช่น ห้องทำงาน หรือ ห้องเตรียมอาหารที่มีข้าวของเครื่องใช้จำนวนมากดูจะเหมาะกับการใช้ม่านในแนวเรียบง่ายมากกว่าห้องอื่นๆ และสีทีใช้ต้องเป็นสีที่เข้ากับสีของห้องหลักๆ และความยาวของม่านไม่ยาวเกินไป โดยอาจจะเลือกใช้เป็นผ้าม่านแบบพับหรือม่านม้วนเพราะความยาวจะไม่เยอะไปไม่ดูน่ารำคาญ



ห้องน่ารักๆ แต่งห้องในสไตล์น่ารักๆเหมาะสำหรับเด็กๆบ้านไหนมีเด็กน่ารักๆต้องแต่งห้องให้น่ารักตามไปด้วย ควรต้องใช้ผ้าม่านที่มีสีสันสะดุดตาและเบาให้ดูสบายตา กับที่เป็นห้องของเด็ก ความยาวของผ้าม่านนั้นก็ยาวพอประมาณเอาแบบกลางๆไม่สั้นไม่ยาวมาก หรือจะเลือกม่านที่มีลายน่ารักทำให้ห้องน่าสนใจขึ้นมาได้

แต่งห้องแบบโรแมนติก สำหรับห้องของคู่รักทั้งหลายที่ชอบความโรแมนติก กับบรรยากาศหวานๆทำให้ความรักของทั้งสองสวีทซู่ซ่าขึ้นมา ควรเลือกผ้าม่านที่เป็นลายลูกไม้แบบคลาสสิกเป็นสีที่อ่อนโยนให้ความรู้สึกสัมผัสที่บางเบาอ่อนนุ่มแบบพาสเทลซึ่งความยาวจะเหมาะสมพอดี และหากต้องเพิ่มความหวานยิ่งขึ้นอาจจะใช้ลูกไม้สีขาวแบบโปร่งมาขึงรอบเตียงก็ได้ เพื่อบ้านที่สวยห้องที่ถูกใจแล้วการเลือกผ้าม่านนั้นก็ต้องดูองประกอบของดีอุปกรแต่งห้องตัวอื่นด้วยเช่นกันเช่นเลือกม่านให้เข้ากับสีของผ้าปูที่นอนและผนังห้อง โซฟาต่างๆ จะได้เป็นการแต่งห้องที่ไปในทางเดียวกันและสวยงามยิ่งขึ้น

บทความและภาพประกอบโดย : ร้านผ้าม่านไทย ©️ https://www.pamanthai.com

ร้านผ้าม่านไทย รับผลิตและบริการติดตั้ง ผ้าม่าน ม่านม้วน มู่ลี่ วอลเปเปอร์ลายไทย มู่ลี่ไม้ ม่านปรับแสง ฉากกั้นห้อง ม่านพับ ม่านไม้ไผ่ สั่งตัดตามขนาดที่ต้องการ
ชมตัวอย่างผลงานและสินค้าต่างๆได้ที่ www.pamanthai.com ...

บทความอื่นๆ จากผู้เขียน

โพสต์เมื่อ

โพสต์เมื่อ

การออกแบบ และเลือกใช้วัสดุ
จะทำผ้าม่านม่านจะเริ่มต้นอย่างไรดี

โพสต์เมื่อ

ไอเดียมาใหม่

โพสต์เมื่อ

โพสต์เมื่อ

การออกแบบ และเลือกใช้วัสดุ
รวม 10 แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล

บทความที่เกี่ยวข้อง

...
Wazzadu.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ ยอมรับ