ประตูหน้าต่าง (Doors & Windows) มีกี่ประเภท แต่ละประเภทมีคุณสมบัติ และวิธีการใช้งานอย่างไร

การออกแบบประตู-หน้าต่างให้สอดคล้องกับการใช้งานภายในอาคาร และตัวสถาปัตยกรรม ทำให้เกิดการแบ่งประเภทของประตู-หน้าต่างตามลักษณะการเปิด-ปิด จนสรุปได้เป็น 5 ประเภทประตู และ 5 ประเภทหน้าต่าง ที่ได้รับความนิยมในการนำไปใช้งานอย่างแพร่หลายในระดับสากล ซึ่ง Wazzadu ย่อยมาให้แล้วแต่ละประเภทจะมีคุณสมบัติ และรูปแบบการใช้งานที่น่าสนใจอย่างไรบ้างนั้น ตามมาชมกันเลยครับ

5 ประเภทประตูยอดนิยม และคุณสมบัติในการใช้งาน

ประตู คือองค์ประกอบหนึ่งของงานสถาปัตยกรรมที่ไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่ช่องทางเข้า-ออกและการรักษาความปลอดภัยเท่านั้น แต่ประตูยังเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บ่งชี้ถึงศิลปกรรม ความเชื่อทางศาสนาทั้งเรื่องการวางผังตามทิศมงคล และการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ และความเจริญรุ่งเรืองในแต่ละท้องถิ่นอีกด้วย เรามาดูกันครับว่า 5 ประเภทประตูยอดนิยม จะมีคุณสมบัติ และมีลักษณะอย่างไรบ้าง

1. ประตูบานเปิด (Swing Door)

Raw material

ประตูบานเปิดผลิตจากวัสดุหลากหลาย ได้แก่ ไม้จริง ไม้เทียม อลูมิเนียม สแตนเลส เหล็ก

คุณลักษณะที่น่าสนใจของประตูบานเปิด (Swing Door)

ประตูบานเปิด เป็นประตูที่ได้รับความนิยมในทุกสังคม เนื่องจากการเปิด-ปิดประตูด้วยวิธีผลักหรือดึงนั้นเป็นเซ้นซ์ในการเข้า-ออกของมนุษย์

ประตูบานเปิด แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1. ประตูบานเปิดเดี่ยว – มีบานประตู จำนวน 1 บาน

2. ประตูบานเปิดคู่ – มีบานประตู จำนวน 2 บาน

การใช้งาน

การใช้งานประตูบานเปิดเดี่ยวหรือบานเปิดคู่ขึ้นอยู่กับขนาดและจำนวนคน วัตถุ สิ่งของที่เข้า-ออกของแต่ละประเภทห้องและประเภทอาคาร

ประตูบานเปิดไม่ว่าจะเป็นบานเปิดเดี่ยวหรือบานเปิดคู่ สามารถเลือกได้ว่าจะให้เปิด 90 องศา หรือ 180 องศา ประตูบานเปิดมีหลากหลายดีไซน์และวัสดุ ทั้งวัสดุแบบสำเร็จรูปและแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ขนาดมาตรฐาน

ขนาดมาตรฐานของประตูบานเปิดเดี่ยว มีขนาดความกว้าง x ความยาว (หน่วยเซนติเมตร) ดังนี้

ประตูบานเดี่ยวหน้าบ้าน หรือบานทั่วไป

  • ความกว้าง 90 x ความยาว 200 เซนติเมตร
  • ความกว้าง 100 x ความยาว 200 เซนติเมตร

ประตูห้องนอน ประตูหลังบ้าน

  • ความกว้าง 80 x ความยาว 200 เซนติเมตร
  • ความกว้าง 90 x ความยาว 200 เซนติเมตร

ประตูห้องน้ำ

  • ความกว้าง 70 x ความยาว 180 เซนติเมตร
  • ความกว้าง 70 x ความยาว 200 เซนติเมตร

ขนาดมาตรฐานของประตูบานเปิดคู่ มีขนาดความกว้าง x ความยาว (หน่วยเซนติเมตร) ดังนี้

ประตูบานคู่หน้าบ้าน หรือห้องอเนกประสงค์ขนาดใหญ่

  • ความกว้าง 140 x ความยาว 200 เซนติเมตร (กว้าง 70 เซนติเมตร จำนวน 2 บาน)
  • ความกว้าง 160 x ความยาว 200 เซนติเมตร (กว้าง 80 เซนติเมตร จำนวน 2 บาน)

ตัวอย่างการนำไปใช้ในงานออกแบบ

ประตูบานเปิดเดี่ยวนิยมใช้ทั้งภายนอกและภายในอาคาร รวมทั้งประตูรั้ว แสดงดังภาพ

2. ประตูบานสวิง (Swing Bi-fold Door)

Raw material

กรอบของประตูบานสวิงส่วนใหญ่ผลิตจากอลูมิเนียมหรือสแตนเลส เนื่องจากสะดวกต่อการขึ้นรูปกรอบลูกฟัก ตัวบานของประตูบานสวิงส่วนใหญ่ผลิตจากอลูมิเนียมหรือสแตนเลส บางแบบมีกระจกอยู่ภายในกรอบลูกฟัก

คุณสมบัติที่น่าสนใจของประตูบานสวิง (Swing Bi-fold Door) 

บริเวณกรอบบานประตูสวิงจะมีอุปกรณ์สวิงยึดกับพื้นด้านล่างและวงกบประตู ทำให้สามารถผลักเปิดได้ทั้งสองทาง ตัวบานของประตูบานสวิงส่วนใหญ่ถูกแบ่งเป็นสองบาน จึงทำให้ประหยัดระยะเปิดเมื่อผลักเข้า-ออกมากกว่าประตูบานเปิดแบบเดี่ยว

การใช้งาน

ประตูบานสวิงเปิดด้วยการผลัก สามารถผลักเพื่อเข้า-ออกได้ทั้งสองทาง

ขนาดมาตรฐาน

ขนาดมาตรฐานของประตูบานเปิดเดี่ยว มีขนาดกว้าง x ยาว (หน่วยเซนติเมตร) ดังนี้

  • ความกว้าง 80 x ความยาว 210 เซนติเมตร
  • ความกว้าง 90 x ความยาว 210 เซนติเมตร

ตัวอย่างการนำไปใช้ในงานออกแบบ

ประตูบานสวิงนิยมใช้สำหรับอาคารที่เน้นการเข้า-ออกได้ทั้งสองทาง ได้แก่ โรงงานอุตสาหกรรม ห้างสรรพสินค้า อาคาอเนกประสงค์ อย่างไรก็ตาม หากเป็นอาคารที่การออกแบบขึ้นอยู่กับความพึงพอใจส่วนตัวของเจ้าของโครงการ เช่น บ้านพักอาศัย ประตูบานสวิงสามารถนำมาใช้ได้หลากหลายห้อง เพื่อความแปลกใหม่ในการเข้า-ออกได้ทั้งสองทาง

3. ประตูบานเฟี๊ยม (Accordian Door)

Raw material

กรอบประตูบานเฟี๊ยมผลิตจากวัสดุหลากหลาย ได้แก่ ไม้จริง ไม้เทียม อลูมิเนียม สแตนเลส เหล็ก บานประตูบางรูปแบบใช้กระจก บางรูปแบบใช้วัสดุเดียวกับกรอบประตู

คุณสมบัติที่น่าสนใจของประตูบานเฟี๊ยม (Accordian Door)

ประตูบานเฟี้ยม คือประตูที่ประกอบด้วยบานประตูหลายบานมาต่อกันด้วยบานพับ มีลักษณะการเปิด-ปิดแบบทบสลับกันซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันมีเสน่ห์ของประตูบานเฟี๊ยม ข้อแนะนำในการติดตั้งประตูบานเฟี้ยม คือ ควรยึดบานประตูแต่ละบานเข้ากับรางบนเหนือบานและรางล่างบริเวณพื้น เพื่อป้องกันหน้าบานแกว่ง

การใช้งาน

การเปิด-ปิดประตูบานเฟี๊ยมสามารถออกแบบให้ทบสลับกันไปรวมที่ด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งสองด้าน ทำให้ช่องเปิดกว้างกว่าประตูประเภทอื่น

ขนาดมาตรฐาน

ขนาดมาตรฐานของประตูบานเฟี๊ยม มีขนาดความกว้าง x ความยาว (หน่วยเซนติเมตร) ของแต่ละบานย่อย ดังนี้

  • ความกว้างน้อยที่สุด 80 x ความยาว 210 เซนติเมตร

สาเหตุที่กำหนดความกว้างน้อยที่สุด 80 เซนติเมตร เนื่องจากเป็นระยะน้อยที่สุดที่คนสามารถเดินผ่านได้สะดวก อย่างไรก็ตาม สามารถเพิ่มความกว้างของประตูบานเฟี๊ยมแต่ละบานตามการออกแบบ และสามารถเพิ่มความยาวของประตูบานเฟี๊ยมแต่ละบานได้สูงสุดถึงระดับฝ้าเพดาน ซึ่งความยาวที่เหมาะสม คือ 210 – 350 เซนติเมตร ไม่นิยมให้ความยาวมากกว่า 350 เซนติเมตร เนื่องจากส่งผลให้ประตูแต่ละบานมีน้ำหนักมากเกินไป

ตัวอย่างการนำไปใช้ในงานออกแบบ

ประตูบานเฟี้ยมนิยมใช้แพร่หลาย เนื่องจากสามารถประยุกต์ได้หลากหลาย ดังนี้

  • ห้องที่ต้องการเชื่อมต่อกับพื้นที่อื่น เช่น ห้องนั่งเล่นกับสวนภายนอก
  • ห้องอเนกประสงค์ที่มีขนาดใหญ่สามารถแบ่งเป็นห้องขนาดเล็กด้วยการใช้ประตูบานเฟี๊ยมกั้นแบ่งเป็นห้องต่างๆ
  • ห้องขนาดเล็กสามารถกลายเป็นห้องใหญ่ด้วยการเปิดประตูบานเฟี๊ยมเชื่อมต่อกับห้องอื่น

4. ประตูบานหมุน (Pivot Door)

Raw material

กรอบของประตูบานหมุนส่วนใหญ่ผลิตจากวัสดุหลากหลาย ได้แก่ อลูมิเนียม สแตนเลส เหล็ก เนื่องจากสะดวกต่อการติดตั้งจุดหมุนบริเวณกลางบาน ตัวบานของประตูบานหมุนส่วนใหญ่จะใช้กระจกหรือเหล็กเส้นออกแบบลวดลายได้หลากหลายรูปแบบ

คุณสมบัติที่น่าสนใจของประตูบานหมุน (Pivot Door)

ประตูบานหมุน คือประตูที่ติดตั้งจุดหมุนไว้กลางบานและติดตั้งโช๊คอัพแบบฝังพื้น (Floor Spring) แบบตั้งค้าง 90 องศา แต่หมุนได้รอบ 360 องศาเพื่อสะดวกต่อการใช้งาน ประตูบานหมุนนิยมติดตั้งต่อกันหลายบาน หากต้องการใช้บานประตูเพียงบานเดียว ควรกำหนดระยะเปิดให้สามารถผ่านเข้า-ออกได้สะดวก ซึ่งต้องมีการคำนวณระยะระหว่างจุดหมุนและหน้าบานให้สมดุลและติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญ

การใช้งาน

ประตูบานหมุนเปิดด้วยการผลัก บานประตูจะหมุนได้ 360 องศา แต่ค้างได้เพียง 90 องศา จึงเหลือช่องประตูที่สามารถใช้งานเข้า-ออกได้เพียงครึ่งประตู

ขนาดมาตรฐาน

ขนาดมาตรฐานของประตูบานหมุน มีขนาดความกว้าง x ความยาว (หน่วยเซนติเมตร) ดังนี้

  • ความกว้างน้อยที่สุด 160 x ความยาว 210 เซนติเมตร

สาเหตุที่กำหนดความกว้างน้อยที่สุด 160 เซนติเมตร เนื่องจากประตูบานหมุนเปิดด้วยจุดหมุนตรงกลางบาน เมื่อเปิดเต็มที่จะเปิดค้างไว้ที่ 90 องศา ดังนั้น ความกว้างประตูจะเหลือเพียงครึ่งบาน คือ 80 เซนติเมตร ซึ่งเป็นระยะน้อยที่สุดที่คนสามารถเดินผ่านได้สะดวก อย่างไรก็ตาม สามารถเพิ่มความกว้างของประตูบานหมุนตามการออกแบบ และสามารถเพิ่มความยาวของประตูบานหมุนได้สูงสุดถึงระดับฝ้าเพดาน ซึ่งความยาวที่เหมาะสม คือ 210 – 350 เซนติเมตร ไม่นิยมให้ความยาวมากกว่า 350 เซนติเมตร เนื่องจากส่งผลให้ประตูบานหมุนมีน้ำหนักมากเกินไป

ตัวอย่างการนำไปใช้ในงานออกแบบ

ด้วยวิธีการเปิดแบบเปิดค้าง 90 องศาและเหลือช่องประตูเพียงครึ่งเดียวของประตูบานหมุน จึงมีการออกแบบขนาดบานที่หลากหลาย ทำให้ดูสวย มีเสน่ห์ เหมาะสำหรับกั้นแบ่งพื้นที่ภายในบ้านและเชื่อมต่อระหว่างสองพื้นที่ ประตูบานหมุนไม่นิยมใช้เป็นประตูหลัก

5. ประตูบานเลื่อน (Sliding Door)

Raw material

ประตูบานเลื่อนผลิตจากวัสดุอันหลากหลาย ได้แก่ ไม้จริง ไม้เทียม อลูมิเนียม สแตนเลส เหล็ก กระจก

คุณสมบัติที่น่าสนใจของประตูบานเลื่อน (Sliding Door)

ประตูบานเลื่อน คือประตูที่เปิด-ปิดด้วยการเลื่อนออกด้านข้าง

ส่วนประกอบสำคัญของประตูบานเลื่อน คือรางเลื่อน ซึ่งมีทั้งแบบรางเลื่อนบนและรางเลื่อนล่าง

การเลือกใช้รางเลื่อนขึ้นอยู่กับงบประมาณในการก่อสร้าง มีรายละเอียดดังนี้

  • ประตูบานเลื่อนแบบรางเลื่อนล่างมีราคาค่าวัสดุและค่าการติดตั้งถูกกว่าและซ่อมแซมง่ายกว่าประตูบานเลื่อนแบบรางเลื่อนบน ลูกล้อของบานประตู คือตัวรับน้ำหนัก ซึ่งอาจสึกหรอเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน ทำให้การเปิด-ปิดไม่ลื่น และรางเลื่อนบนพื้นแต่อาจเสี่ยงต่อการสะดุดล้มบริเวณรางและในด้านความงาม ทำให้มองดูแล้วขาดความต่อเนื่องของพื้นห้อง 
  • ประตูบานเลื่อนแบบรางเลื่อนบนหรือรางแขวน ตัวรับน้ำหนัก คือรางด้านบนใช้สำหรับแขวนบานประตู ซึ่งต้องคำนวณน้ำหนักและการยึดบานประตูเข้ากับรางโดยผู้เชี่ยวชาญ ในด้านความงามของประตูบานเลื่อนแบบรางเลื่อนบนหรือรางแขวน ช่วยให้ห้องทั้งหมดมีความต่อเนื่องกัน ทำความสะอาดง่าย

ประตูบานเลื่อนสามารถติดตั้งระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบเซ็นเซอร์ ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่นิยมพัฒนารูปแบบระบบอัตโนมัติ จนเกิดเป็นวัตกรรมที่หลากหลาย

การใช้งาน

ประตูบานเลื่อนเปิดด้วยการเลื่อนบานประตูสู่ด้านข้าง ทิศทางการเลื่อนเพื่อเปิด-ปิดประตูมีหลายแบบ ได้แก่

  • ประตูบานเลื่อนเดี่ยว สามารถเลื่อนบานประตูออกเพียงด้านเดียว
  • ประตูบานเลื่อนคู่ สามารถเลื่อนบานประตูออกทั้งด้านซ้ายและด้านขวา จึงมีช่องเข้า-ออกที่กว้างกว่าประตูบานเลื่อนเดี่ยว
  • ประตูบานเลื่อนสลับ จะมีสองบาน ซึ่งทั้งสองบานสามารถเปิดใช้งานได้ทั้งด้านซ้าน และด้านขวาสลับกัน

ขนาดมาตรฐาน

ส่วนใหญ่แล้วมักจะนิยมใช้แบบบานเลื่อนเดี่ยว ,บานเลื่อนสสับ และบานเลื่อนคู่ โดยขนาดมาตรฐานของประตูบานเลื่อน มีขนาดความกว้าง x ความยาว (หน่วยเซนติเมตร) ดังนี้

ประตูบานเลื่อนเดี่ยว

  • ความกว้าง 160  x ความยาว 205 เซนติเมตร
  • ความกว้าง 180  x ความยาว 205 เซนติเมตร
  • ความกว้าง 180  x ความยาว 230 เซนติเมตร
  • ความกว้าง 190  x ความยาว 205 เซนติเมตร
  • ความกว้าง 200  x ความยาว 205 เซนติเมตร
  • ความกว้าง 200  x ความยาว 230 เซนติเมตร

ประตูบานเลื่อนคู่

  • ความกว้าง 200 x ความยาว 205 เซนติเมตร

นอกจากนี้ยังมีบานเลื่อนประเภทอื่นๆอีก เช่น บานเลื่อนแบ่งสาม ,บานเลื่อนแบ่งสี่ และบานเลื่อนแบ่งหก หรือถ้าหากมีขนาดใหญ่มากกว่านี้จะเป็นการสั่งทำ โดยขึ้นอยู่กับลักษณะการออกแบบ และขนาดพื้นที่ ที่จะนำไปติดตั้ง

ตัวอย่างการนำไปใช้ในงานออกแบบ

ประตูบานเลื่อนนิยมใช้ทั้งภายนอกและภายในอาคาร แสดงดังภาพ

5 ประเภทหน้าต่างยอดนิยม และคุณสมบัติในการใช้งาน

หน้าต่าง เกิดจากการเจาะช่องเปิดบนผนังและมีบานเพื่อเปิด-ปิดช่องเปิดนั้น ประโยชน์ใช้สอยหลักของหน้าต่าง ได้แก่ เปิดรับแสงธรรมชาติ และเปิดรับลม เพื่อการระบายอากาศภายในอาคาร นอกจากประโยชน์ใช้สอยแล้ว การเลือกประเภทของหน้าต่างให้สอดคล้องกับสไตล์การออกแบบยังเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบสถาปัตยกรรมให้สวยงามอีกด้วย เรามาดูกันครับว่า 5 ประเภทหน้าต่างยอดนิยม จะมีคุณสมบัติ และมีลักษณะอย่างไรบ้าง

1. หน้าต่างบานเปิด (Swing Window)

Raw material

หน้าต่างบานเปิดผลิตจากวัสดุอันหลากหลาย ได้แก่ ไม้จริง ไม้เทียม อลูมิเนียม สแตนเลส เหล็ก

คุณลักษณะที่น่าสนใจของหน้าต่างบานเปิด (Swing Window)

หน้าต่างบานเปิด คือหน้าต่างที่เปิดด้วยการผลักบานหน้าต่างออกด้านหน้า และปิดด้วยการเอื้อมมือดึงตัวบานเพื่อปิดเข้ากับวงกบ หน้าต่างบานเปิด มีอุปกรณ์สำคัญ คือบานพับ ทำหน้าที่ยึดตัวบานเข้ากับวงกบ

บานพับมี 2 แบบ ได้แก่

  • บานพับธรรมดา – หน้าต่างบานเปิดที่มีบานพับแบบธรรมดา สามารถเปิดได้มากถึง 180 องศา แต่ต้องมีขอสับยึด เพื่อป้องกันไม่ให้บานประตูปิดทันทีเมื่อมีลมตี
  • บานพับแบบวิทโก้ – หน้าต่างบานเปิดที่มีบานพับแบบวิทโก้ สามารถเปิดค้างได้หลายองศาโดยไม่ต้องใช้ขอสับยึด แต่มีตัวยึด ‘วิทโก้’ ที่มีความฝืดทำหน้าที่ยึดบานหน้าต่างทั้งด้านบนและด้านล่าง เพื่อป้องกันไม่ให้หน้าต่างปิดเมื่อมีลมตี

การใช้งาน

หน้าต่างบานเปิดเปิดด้วยการผลัก สามารถเปิดได้เต็มที่ทุกบาน จึงเปิดรับลมและแสงแดดเข้าสู่อาคารได้อย่างเต็มที่

ขนาดมาตรฐาน

หน้าต่างบานเปิดที่นิยมใช้ คือ หน้าต่างบานเปิดเดี่ยว และหน้าต่างบานเปิดคู้ โดยขนาดมาตรฐานของหน้าต่างบานเปิด มีขนาดความกว้าง x ความยาว (หน่วยเซนติเมตร) ดังนี้

  • ความกว้าง 60 x ความยาว 110 เซนติเมตร

ตัวอย่างการนำไปใช้ในงานออกแบบ

การใช้หน้าต่างบานเปิดในงานออกแบบอาคารต้องคำนึงถึงตำแหน่งของหน้าต่างบานเปิด ทั้งเรื่องความปลอดภัยเมื่อเปิดแล้วไม่ชนคน และเรื่องพื้นที่ใช้สอยที่จะกระทบกับบริเวณอื่นๆ ดังนั้น หน้าต่างบานเปิดจึงมักใช้กับผนังที่ไม่มีคนเดินผ่าน หรือบริเวณชั้น 2 ของอาคาร

2. หน้าต่างบานกระทุ้ง (Awning Window)

Raw material

กรอบของหน้าต่างบานกระทุ้งผลิตจากวัสดุหลากหลาย ได้แก่ ไม้ อลูมิเนียม สแตนเลส

ลักษณะตัวบานของหน้าต่างบานกระทุ้งเป็นลูกฟัก วัสดุด้านในลูกฟักมีหลากหลาย ได้แก่ กระจก ไม้ อลูมิเนียม

คุณลักษณะที่น่าสนใจของหน้าต่างบานกระทุ้ง (Awning Window)

จากหน้าต่างบานเปิดที่มีบานพับอยู่ด้านข้าง เปลี่ยนเป็นหน้าต่างบานกระทุ้งด้วยการย้ายบานพับไว้ด้านบน ดังนั้น บานพับจึงเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ทำหน้าที่รับน้ำหนักทั้งหมดของบานหน้าต่าง

บานพับแบบวิทโก้ คือบานพับยอดนิยมที่ใช้ยึดตัวบานกระทุ้ง เนื่องจากมีความแข็งแรงเพียงพอต่อการรับน้ำหนักบาน และมีความฝืดจึงสามารถเปิดค้างได้ตลอดเวลา

การใช้งาน

หน้าต่างบานกระทุ้งที่นิยมใช้งานจะมีทั้งแบบบานเดี่ยว และบานคู่ มีวิธีการเปิดด้วยการผลักบานหน้าต่างขึ้นด้านบน และปิดด้วยการเอื้อมมือดึงบานหน้าต่างลงเพื่อปิดเข้ากับวงกบ หน้าต่างบานกระทุ้งส่วนใหญ่เปิดได้ 45 องศา ทำให้ลมเข้าภายในอาคารไม่เต็มที่ แต่หลังจากเปิด ตัวบานจะทำหน้าที่เป็นกันสาดให้กับหน้าต่างอีกด้วย

ขนาดมาตรฐาน

ขนาดมาตรฐานของหน้าต่างบานกระทุ้งมีขนาดความกว้าง x ความยาว (หน่วยเซนติเมตร) ดังนี้

หน้าต่างห้องนั่งเล่น ห้องนอน

  • ความกว้าง 80 x ความยาว 110 เซนติเมตร

หน้าต่างห้องน้ำ

  • ความกว้าง 80 x ความยาว 50 เซนติเมตร

ตัวอย่างการนำไปใช้ในงานออกแบบ

หน้าต่างบานกระทุ้งมีความงามที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว จึงนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะโครงการที่พักอาศัยและร้านคาเฟ่

3. หน้าต่างบานเฟี๊ยม (Accordian Window)

Raw material

กรอบหน้าต่างบานเฟี๊ยมผลิตจากวัสดุหลากหลาย ได้แก่ ไม้จริง ไม้เทียม อลูมิเนียม สแตนเลส เหล็ก บานหน้าต่างบางรูปแบบใช้กระจก บางรูปแบบใช้วัสดุเดียวกับกรอบหน้าต่าง

คุณลักษณะที่น่าสนใจของหน้าต่างบานเฟี๊ยม (Accordian Window)

หน้าต่างบานเฟี้ยม คือหน้าต่างที่ประกอบด้วยบานหน้าต่างหลายบานมาต่อกันด้วยบานพับ

การใช้งาน

หน้าต่างบานเฟี๊ยมมีลักษณะการเปิด-ปิดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือเปิดแบบทบสลับกันไว้ด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งสองด้าน ซึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบทิศทางการเปิดและบานพับ แต่หลังจากเปิดออกทั้งหมดจะได้ช่องเปิดบนผนังที่กว้างมาก สามารถรับลมเข้าสู่อาคารได้อย่างเต็มที่เหมือนหน้าต่างบานเปิด

ขนาดมาตรฐาน

ขนาดมาตรฐานของหน้าต่างบานเฟี๊ยม มีขนาดความกว้าง x ความยาว (หน่วยเซนติเมตร) ของแต่ละบานย่อย ดังนี้

  • ความกว้างน้อยที่สุด 45 x ความยาว 110 เซนติเมตร

อย่างไรก็ตาม สามารถเพิ่มความกว้างของหน้าต่างบานย่อยแต่ละบานได้ตามการออกแบบ แต่ไม่ควรกว้างมากกว่า 100 เซนติเมตร เพราะส่งผลให้น้ำหนักมากเกินไป

ตัวอย่างการนำไปใช้ในงานออกแบบ

ด้วยวิธีเปิดอันเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของหน้าต่างบานเฟี๊ยม และเมื่อเปิดจนสุดขอบหน้าต่างจะได้ช่องเปิดบนผนังที่กว้างมาก จึงนิยมใช้หน้าต่างบานเฟี๊ยมสำหรับงานออกแบบที่เน้นทั้งความงามของหน้าบานและฟังก์ชันการเปิดช่องหน้าต่างกว้าง เพื่อเปิดรับลม ระบายอากาศภายในอาคาร และเปิดมุมมองเห็นวิวมุมกว้างภายนอกอาคาร

4. หน้าต่างบานเลื่อน (Sliding Window)

Raw material

กรอบหน้าต่างบานเลื่อนผลิตจากวัสดุหลากหลาย ได้แก่ ไม้จริง ไม้เทียม อลูมิเนียม สแตนเลส พลาสติก PVC เหล็ก บานหน้าต่างบางรูปแบบใช้กระจก บางรูปแบบใช้วัสดุเดียวกับกรอบหน้าต่าง

คุณลักษณะที่น่าสนใจของหน้าต่างบานเลื่อน (Sliding Window)

หน้าต่างบานเลื่อน คือหน้าต่างที่เปิด-ปิดด้วยการเลื่อนออกด้านข้าง มีทั้งแบบเลื่อนออกทิศทางเดียวและเลื่อนออกทั้งสองทิศทาง (ซ้าย-ขวา) ลักษณะการเปิด-ปิดคล้ายประตูบานเลื่อน แต่ด้วยหน้าที่ของหน้าต่าง จึงถูกกำหนดขนาดความสูงสำหรับเป็นช่องเปิดบนผนัง เพื่อรับลม รับแสงธรรมชาติ และใช้งานตามฟังก์ชั่นของหน้าต่างแต่ละห้อง

หน้าต่างบานเลื่อนสามารถเปลี่ยนเป็นหน้าต่างบานเลื่อนอัตโนมัติด้วยการติดตั้งอุปกรณ์อัตโนมัติในส่วนประกอบของหน้าต่างและติดตั้งระบบเซ็นเซอร์ หน้าต่างบานเลื่อนส่วนใหญ่ใช้รางเลื่อนล่างซึ่งมีล้อเป็นอุปกรณ์รับน้ำหนักบาน

การใช้งาน

หน้าต่างบานเลื่อนเปิดด้วยการเลื่อนบานหน้าต่างสู่ด้านข้าง ทิศทางการเลื่อนเพื่อเปิด-ปิดหน้าต่างมีหลายแบบ ได้แก่

  • หน้าต่างบานเลื่อนเดี่ยว สามารถเลื่อนบานหน้าต่างออกเพียงด้านเดียว
  • หน้าต่างบานเลื่อนคู่ สามารถเลื่อนบานหน้าต่างออกทั้งด้านซ้ายและด้านขวา จึงมีช่องเข้า-ออกที่กว้างกว่าหน้าต่างบานเลื่อนเดี่ยว
  • หน้าต่างบานเลื่อนสลับ จะมีสองบาน ซึ่งทั้งสองบานสามารถเปิดใช้งานได้ทั้งด้านซ้าน และด้านขวาสลับกัน
  • หน้าต่างบานเลื่อนแบ่งสาม ก็มีใช้งาน แต่อาจไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก

ขนาดมาตรฐาน

ขนาดมาตรฐานของหน้าต่างบานเลื่อน มีขนาดกว้าง x ยาว (หน่วยเซนติเมตร) ดังนี้

หน้าต่างบานเลื่อนเดี่ยว

  • ความกว้าง 100 x ความยาว 110 เซนติเมตร
  • ความกว้าง 120 x ความยาว 110 เซนติเมตร
  • ความกว้าง 120 x ความยาว 150 เซนติเมตร

หน้าต่างบานเลื่อนคู่ และบานเลื่อนสลับ

  • ความกว้าง 180 x ความยาว 110 เซนติเมตร
  • ความกว้าง 240 x ความยาว 110 เซนติเมตร
  • ความกว้าง 240 x ความยาว 150 เซนติเมตร

หน้าต่างบานเลื่อนแบ่งสาม

  • ความกว้าง 180 x ความยาว 110 เซนติเมตร

ตัวอย่างการนำไปใช้ในงานออกแบบ

หน้าต่างบานเลื่อนนิยมใช้อย่างแพร่หลาย สามารถใช้ได้กับทุกห้อง และทุกชั้นของอาคาร

5. หน้าต่างบานยก (Slide-hung Window)

Raw material

กรอบหน้าต่างบานยกผลิตจากวัสดุหลากหลาย ได้แก่ ไม้จริง อลูมิเนียม สแตนเลส พลาสติก PVC เหล็ก บานหน้าต่างส่วนใหญ่ใช้กระจก

คุณลักษณะที่น่าสนใจของหน้าต่างบานยก (Slide-hung window)

ด้วยวิธีเปิดโดยการยกทั้งบานขึ้นด้านบน จึงทำให้ได้ช่องเปิดบนผนังที่กว้างทั้งบาน สามารถรับลมและแสงแดดได้อย่างเต็มที่ แต่หน้าต่างบานยกต้องมีอุปกรณ์ล็อคที่แข็งแรง เพื่อให้สามารถเปิดค้างไว้โดยไม่ตกลงมา

การใช้งาน

หน้าต่างบานยกเปิดด้วยการใช้มือทั้งสองข้างยกบานหน้าต่างขึ้นด้านบน และปิดด้วยการใช้มือทั้งสองข้างดึงบานหน้าต่างลง

ขนาดมาตรฐาน

ขนาดมาตรฐานของหน้าต่างบานยก มีขนาดความกว้าง x ความยาว (หน่วยเซนติเมตร) ดังนี้

  • ความกว้าง 60 x ความยาว 110 เซนติเมตร

ตัวอย่างการนำไปใช้ในงานออกแบบ

หน้าต่างบานยกส่วนใหญ่มักนิยมใช้ในพื้นที่จำกัด เนื่องจากไม่เสียพื้นที่สำหรับเก็บบานเหมือนดั่งหน้าต่างบานเลื่อน

ประเภทประตู-หน้าต่างยอดนิยมข้างต้น ล้วนมีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกัน

ดังนั้น จึงควรเลือกใช้ประตู-หน้าต่างให้เหมาะสมกับฟังก์ชันการใช้งาน รูปแบบสถาปัตยกรรม และสภาพแวดล้อม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการใช้งาน

ข้อมูลวัสดุศาสตร์อื่นๆที่น่าสนใจ

เขียน และเรียบเรียงโดย :

ปาณิชาติ กิติสิทธิชัย

แพลตฟอร์ม และเครื่องมือสำหรับการออกแบบตกแต่งบ้าน และงานสถาปัตยกรรม
โดยเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงกลุ่มผู้ใช้งานต่างๆ ตั้งแต่ สถาปนิก แบรนด์สินค้า ผู้จัดจำหน่าย และผู้ให้บริการต่างๆที่เกี่ยวข้อง ...

บทความอื่นๆ จากผู้เขียน

โพสต์เมื่อ

โพสต์เมื่อ

โพสต์เมื่อ

ไอเดียมาใหม่

บทความที่เกี่ยวข้อง

...
Wazzadu.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ ยอมรับ