อิสระแห่งเส้นสายสถาปัตยกรรมยุคใหม่ ที่สะท้อนกลิ่นอายความเป็นไทยได้อย่างแยบยล "Central Embassy"

ถ้าหากใครที่เคยผ่านไปแถวๆชิดลม ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า BTS ชิดลม หลายๆคนอาจจะเคยเห็นอาคารทรงโค้งสีเงินที่สะท้อนแสงระยิบระยับ ซึ่งรู้จักกันในนาม Central Embassy ศูนย์การค้าที่หรูหราที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย แม้หลายๆคนจะมองว่าอาคารแห่งนี้ทั้งภายนอก และภายในจะดูเรียบๆจนเกินไป แต่ในขณะเดียวกันในความเรียบง่ายนี้เอง ถ้าหากมองในแง่สถาปัตยกรรมกลับมีความไม่ธรรมดาซ่อนอยู่  ซึ่ง Central Embassy จัดเป็นสถาปัตยกรรมในลักษณะ Iconic Building ที่สามารถสร้างภาพลักษณ์ที่พิเศษ โดดเด่น แตกต่างได้ในระดับเมือง จนทำให้ Skyline ในย่านชิดลมมีมิติที่เปลี่ยนไปจากเดิมเป็นอย่างมาก

Central Embassy ศูนย์การค้าระดับ Super Luxury แห่งนี้เป็นผลงานการออกแบบของสถาปนิกชาวอังกฤษ นามว่า Amanda Levete ซึ่งออกแบบให้อาคารขนาด 37 ชั้น แห่งนี้ ให้มีฟังก์ชั่นการใช้งานแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ซึ่งก็คือส่วนของศูนย์การค้า มีจำนวน 8 ชั้น และส่วนทาวเวอร์เป็นที่ตั้งของโรงแรมปาร์คไฮแอท โดยสถาปนิกผู้ออกแบบได้ผสานทั้ง 2 ฟังก์ชั่นหลัก เข้าด้วยกันอย่างลงตัวในทุกมิติ ด้วยแนวคิดการออกแบบเชิงสัญญะ จากการดึงเอาสัญลักษณ์อินฟินิตี (Infinity) มาใช้ในการสร้างรูปฟอร์มทางสถาปัตยกรรมที่แสดงถึงความเป็นอิสระไม่มีที่สิ้นสุด ด้วยการใช้เส้นสายที่มีความลื่นใหล โค้งมน และกลมกลืนเข้าหากันในทุกมิติทั้งภายนอก และภายใน ซึ่งแนวคิดการออกแบบนี้เอง จึงทำให้ Central Embassy กลายเป็น Iconic Building ที่แปลกใหม่ และยกระดับ Skyline ความเป็นเมืองของกรุงเทพมหานครให้มีความสวยงาม มีระดับขึ้นไปอีกขั้น โดยสามารถสังเกตุความเป็น Iconic Building ได้อย่างแจ่มชัดที่สุดจากมุมมองแบบ Exterior และ Bird Eye View ในระยะใกล 

นอกจากนี้ผู้ออกแบบ ยังดึงเอาเอกลักษณ์ความเป็นไทยมาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเป็น Iconic Building  ด้วยการหยิบนำเอกลักษณ์เด่นของพื้นผิวผ้าไหมไทย และหลังคาพระอุโบสถที่เป็นกระเบื้องแล้วตกแต่งด้วยเกล็ดแก้วจำนวนมาก พอยามกระทบกับแสงแดด ก็จะเป็นประกายระยิบระยับสวยงาม โดยได้นำแนวคิดนี้มาใช้ในการออกแบบผนัง ที่เป็นเปลือกหุ้มอาคารทั้งหมด โดยประยุกต์ถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้วัสดุประเภทอลูมิเนียม ชิงเกิลส์ (Aluminium Shingles) ที่มีคุณสมบัติคงทน มีความเงาวาว และเป็นประกายระยิบระยับ จำนวนกว่า 300,000 เกล็ด โดยติดตั้่งด้วยการนำเทคนิคการเข้าสลักของกระเบื้องว่าวมาปรับใช้ เนื่องจากรูปทรงของอาคารมีลักษณะเป็นเส้นสายที่โค้งมนทั้งหมด จึงไม่สามารถติดตั้งเกล็ดแบบตรงๆ ธรรมดาได้

ภาพที่เห็นของอาคาร Central Embassy จึงเป็นเลื่อมเงาในเฉดสีเทาเงินที่ต่างกันไปเสมือนเป็นพื้นผิวของผ้าไหมไทยที่เลื่องชื่อ และจะเป็นประกายระยิบระดับในยามกระทบกับแสงแดดดุจดั่งเอกลักษณ์ของหลังคาพระอุโบสถ ขณะเดียวกันในอีกมิติหนึ่งก็จะสะท้อนแสงสีอันหลากหลากหลายของเมืองในยามค่ำคืนได้อย่างมีชีวิตชีวา ซึ่งสะท้อนความเป็นไลฟ์สไตล์ของกรุงเทพมหานครได้อย่างแจ่มชัด

จุดเด่นในการเลือกใช้วัสดุอีกจุดหนึ่งที่จะพลาดไม่ได้เลยก็คือ การเลือกใช้กระจกโค้ง แบบซูเปอร์เคลียร์ ซึ่งให้ความกระจ่างใส ไม่เปลี่ยนสี และที่สำคัญทำให้มิติเส้นสายที่ลื่นใหล โค้งมนของรูปทรงอาคาร มีความสมูทสมดุล แสดงออกถึงความประณีตสวยงามในทุกๆรายละเอียดของการออกแบบ นอกจากนี้พื้นภายในอาคาร ได้เลือกใช้พื้นที่มีพื้นผิวแบบเทอราซโซ ซึ่งเป็นหินขัดชนิดพิเศษที่นำเข้าจากอังกฤษ

นอกจากนี้ในบริเวณด้านหน้าอาคาร ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือประติมากรรมขนาดยักษ์สีบรอนซ์เข้ม  ม้า Freddie Horse งานศิลปะแนว Boterismo เป็นผลงานของศิลปินระดับโลก Fernando Botero

บริเวณพื้นที่ด้านนอกของตัวอาคาร มีการตกแต่งภูมิทัศน์ด้วยเส้นสายที่เรียบง่ายเป็นธรรมชาติ โดยสร้างบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง ร่มรื่น สบายตา ด้วยการปลูกหญ้า และต้นไม้ในบางจุด

#WAZZADU #CentralEmbassy #AmandaLevete

แพลตฟอร์ม และเครื่องมือสำหรับการออกแบบตกแต่งบ้าน และงานสถาปัตยกรรม
โดยเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงกลุ่มผู้ใช้งานต่างๆ ตั้งแต่ สถาปนิก แบรนด์สินค้า ผู้จัดจำหน่าย และผู้ให้บริการต่างๆที่เกี่ยวข้อง ...

บทความอื่นๆ จากผู้เขียน

โพสต์เมื่อ

โพสต์เมื่อ

การออกแบบ และเลือกใช้วัสดุ
ไม้จากใยกัญชง ทางเลือกทดแทนที่ยั่งยืน

โพสต์เมื่อ

ไอเดียมาใหม่

โพสต์เมื่อ

Kemrex

brand

โพสต์เมื่อ

โพสต์เมื่อ

การออกแบบ และเลือกใช้วัสดุ
ไม้จากใยกัญชง ทางเลือกทดแทนที่ยั่งยืน

บทความที่เกี่ยวข้อง

...
Wazzadu.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ ยอมรับ