กระเบื้องพอร์ซเลนมีกี่ประเภท มีคุณสมบัติ และวิธีนำไปใช้งานอย่างไร

กระเบื้องพอร์ซเลน (Porcelain tile)

กระเบื้องพอร์ซเลนเป็นกระเบื้องที่ทำจากดินพอร์ซเลนหรือก็คือกลุ่มดินขาว มีเนื้อดินละเอียดกว่ากลุ่มดินประเภท Stone ware และ Earthen ware มักใช้ไฟเผาในอุณหภูมิที่สูงกว่า 1200°c ขึ้นไป ทำให้เซรามิคของกลุ่มพอร์ซเลนสามารถใช้งานได้กว้างขวางกว่าประเภทอื่น ทั้งเป็นภาชนะใส่อาหารที่สามารถเข้าไมโครเวฟได้อย่างปลอดภัย ไม่เกิดเสียหาย ไม่แตกหัก ใช้เป็นผลิตภัณฑ์ของตกแต่งบ้าน รวมถึงเป็นกระเบื้องที่ใช้ตกแต่งพื้นที่ในอาคารให้สวยงาม

 

กระเบื้องพอร์ซเลน มีอัตราการดูดซึมน้ำที่น้อยที่สุด แทบจะไม่เกิน 1% นับว่าเป็นข้อดีที่ช่วยให้การทำความสะอาดง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็ใช้ปูพื้นกับติดตั้งบนผนัง ซึ่งมีจุดเด่นตรงใช้งานได้ทั้งภายในอาคารและภายนอกอาคาร จึงเป็นที่นิยมเพราะทำให้บรรยากาศของพื้นที่ที่ตกแต่งดูกลมกลืนกันได้ดี

คุณสมบัติของกระเบื้องพอร์ซเลน :

- มีความแข็งแรงมาก ลดโอกาสที่ทำให้เกิดการแตกหักน้อยลง

- มีความทนทานสูง สามารถทนต่อการขีดข่วนเป็นรอยได้

- ทำความสะอาดง่ายเพราะมีการดูดซึมน้ำน้อยมาก จึงไม่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและไม่เกิดคราบตะไคร่น้ำเกาะติดวัสดุ

- เมื่อมีอัตราการดูดซึมน้ำน้อยจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องความชื้น เชื้อรา รวมถึงตัววัสดุไม่บิดตัวหรือบวมพอง

- มีลวดลายและสีสันให้เลือกหลากหลาย

 

การนำไปใช้งาน : สามารถใช้งานตกแต่งพื้น ผนังได้ทั้งภายในอาคารและภายนอกอาคาร

 

ประเภทของกระเบื้องพอร์ซเลน

โดยทั่วไปแล้วรูปแบบของกระเบื้องพอร์ซเลนมีการทำสีสันและลวดลายด้วยกัน 2 แบบเพื่อออกแบบให้ surface มีความใกล้เคียงกับหินธรรมชาติ โดยแบ่งประเภทลงไปในดีเทลขั้นตอนการผลิตได้ตามนี้

1. กระเบื้องเกลซพอร์ซเลน (Glazed Porcelain tile)  

ขั้นตอนการผลิตจะเป็นการเคลือบผิวหรือพิมพ์ลายตกแต่งแค่ด้านหน้าด้านเดียว วิธีนี้จึงสร้างสรรค์ลาย และเฉดสีได้หลากหลายกว่า แต่เมื่อกระเบื้องกระเทาะออกจะเห็นได้ว่าสีผิวของชั้นเปลือกนอกกับชั้นข้างในจะเป็นคนละสีกัน  

 

ข้อดี :

- มีความแข็งแรง ทนทาน

- พื้นผิวเรียบเนียน มีให้เลือกทั้งแบบผิวมันและผิวด้าน

- สีสันมีให้เลือกมากกว่าแบบแกรนิตโต้

 

ข้อเสีย :

- ราคาค่อนข้างสูงและเปลี่ยนไปตาม surface ที่ออกแบบ

- เมื่อกระเทาะออกจะเห็นได้ชัดว่ากระเบื้องเป็นสองชั้น คือชั้นผิวที่เคลือบกับชั้นดินเผา

 

การใช้งาน : สามารถใช้งานได้ทั้งภายในอาคารและภายนอกอาคาร

2. กระเบื้องแกรนิตโต้ (Granito tile)

เป็นกระเบื้องที่มีลวดลายคล้ายหินธรรมชาติ ด้วยการผลิตที่ใช้สีเซรามิกผสมเข้ากับหินแกรนิตและเนื้อดินพอร์ซเลนเพื่อให้ตัวกระเบื้องมีสีแบบเดียวกันทั่วทั้งแผ่น จะแตกต่างจากกระเบื้องเซรามิกทั่วไปที่ใช้การเคลือบสีแค่ด้านเดียว เป็นกระเบื้องที่มีความแข็งแรงทนทานมากกว่ากระเบื้องเกลซพอร์ซเลน

 

ข้อดี :

- สีสันคล้ายหินธรรมชาติและมี texture ทั้งแบบผิวด้านกับผิวมัน

- สามารถขัดผิวกระเบื้องได้ ซึ่งเมื่อขัดแล้วจะมีความมันเงาของผิวหน้าที่สวยงามขึ้น

- หากเทียบกับวัสดุหินที่ใช้ตกแต่ง กระเบื้องแกรนิตโต้มีน้ำหนักที่เบากว่าและราคาถูกกว่า

- มีความแข็งแรงสูงจึงรับน้ำหนักได้มาก สามารถใช้ปูเป็นพื้นที่จอดรถ พื้นทางเดินหรือบริเวณทางเข้าออกระหว่างตึกและพื้นที่ภายอาคารตามจุดต่างๆ ได้เช่นกัน  

 

ข้อเสีย :

- กระเบื้องแกรนิตโต้ไม่มีการเคลือบที่ผิวหน้าจึงมีโอกาสกร่อนตัวและสึกหรอมากกว่ากระเบื้องชนิดอื่น

- แม้การขัดผิวหน้าจะช่วยให้ดูมันเงา สวยงามมากขึ้น แต่เมื่อใช้งานไปนานๆ จะพบปัญหาพื้นผิวของกระเบื้องที่หมองลงและผิวด้านขึ้น

- ติดตั้งยากกว่ากระเบื้องชนิดอื่น ทำให้มีค่าปูกระเบื้องที่แพงกว่า

 

การใช้งาน : สามารถใช้งานได้ทั้งภายในอาคารและภายนอกอาคาร

 

ถ้าคุณสนใจข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุศาสตร์, หลักการหรือเทรนด์การออกแบบงานสถาปัตยกรรม, Green Material, การเทียบสเปควัสดุ และองค์ความรู้อื่นๆ ด้าน Architectural ที่ Wazzadu.com ยังมีบทความอีกมากมายให้คุณได้เพลิดเพลิน พบกันที่เพจ Encyclopedia ครับ 

 

เขียน และเรียบเรียงโดย Wazzadu Encyclopedia

ข้อมูลอ้างอิงจาก

https://casarocca.co.th

https://www.porcela.co   

https://thinkofliving.com

http://www.dfineconsultant.com

 

รูปประกอบจาก :

https://www.archdaily.com

แพลตฟอร์ม และเครื่องมือสำหรับการออกแบบตกแต่งบ้าน และงานสถาปัตยกรรม
โดยเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงกลุ่มผู้ใช้งานต่างๆ ตั้งแต่ สถาปนิก แบรนด์สินค้า ผู้จัดจำหน่าย และผู้ให้บริการต่างๆที่เกี่ยวข้อง ...

บทความอื่นๆ จากผู้เขียน

โพสต์เมื่อ

...

โพลสำรวจ

ถาม-ตอบ

Wazzadu.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่