ราวกันตกมีกี่ประเภท แต่ละประเภทมีคุณลักษณะอย่างไร (Types of Railing for Architectural)

ราวกันตก ถือเป็นหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญของอาคาร ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ และยังช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับอาคาร การเลือกวัสดุราวกันตกให้เหมาะสมกับสไตล์อาคาร และความความต้องการของเจ้าของอาคารก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ

Wazzadu Encyclopedia จึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประเภทของราวกันตก (Types of Railing for Architectural) ซึ่งราวกันตกแต่ละประเภทจะมีคุณลักษณะหรือมีรูปแบบที่น่าสนใจอย่างไรบ้างนั้น มาติดตามชมกันได้เลยครับ

คุณลักษณะของราวกันตกแต่ละประเภท (Type of Railing and detail design)

1.ราวกันตกไม้ (Wood Railing)

ประเทศไทยสมัยก่อนนั้นนิยมใช้ไม้ในการก่อสร้างบ้าน จึงนิยมนำไม้มาทำราวกันตก ซึ่งไม้แต่ละชนิดจะมีสี และคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป ปัจจุบันนิยมกลับมาใช้ไม้อีกครั้งทั้งไม้จริง และไม้เทียมเนื่องจากไม้ให้ความสวยงาม และเหมาะกับอาคารหลากหลายประเภท 

ไม้ที่นิยมนำมาใช้ในการทำราวกันตกส่วนใหญ่มักเป็นไม้เนื้อแข็ง เนื่องจากมีความเหนียว แข็งแรง ทนแดดทนฝนได้ดี เช่น ไม้สัก ไม้มะค่า ไม้ตะแบก ไม้แดง ซึ่งไม้แต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติ ลวดลาย และสีที่แตกต่างกัน 

ข้อดี คือ มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ อบอุ่น มีหลากหลายสี และเนื้อไม้ให้เลือก ตอบโจทย์อาคารหลากหลายสไตล์

ข้อเสีย คือ ดูแลรักษายาก อาจเกิดความชื้น เกิดการบิดหดของไม้ และปัญหามอด ปลวก

***การเลือกใช้วัสดุแต่ละขนาดขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการใช้งาน และความต้องการของเจ้าของอาคาร หรือผู้ออกแบบ

ดีเทลราวกันตกไม้

2.ราวกันตกเหล็ก (Metal Railing)

เหล็กเป็นวัสดุที่ออกแบบได้หลากหลายรูปแบบ และหลากหลายสไตล์ มีความแข็งแรงทนทาน มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และสามารถซ่อมแซมได้ง่าย ต้องใช้ช่างที่มีฝีมือในการเชื่อมเหล็กเพื่อให้ได้ราวกันตกเหล็กที่มีคุณภาพ

โดยราวกันตกเหล็กมักนิยมใช้เหล็กชุบกัลวาไนซ์ หรือเหล็กชุบสี เนื่องจากทำความสะอาดง่าย และไม่เป็นสนิม

ข้อดี คือ ติดตั้งง่าย มีความนทาน ช่วยทำให้พื้นที่โปร่งขึ้น เหมาะกับสไตล์ลอฟท์

ข้อเสีย คือ หากเชื่อมไม่ดีอาจเกิดความเสียหายได้ง่าย และต้องเคลือบกันสนิมให้ดี

***การเลือกใช้วัสดุแต่ละขนาดขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการใช้งาน และความต้องการของเจ้าของอาคาร หรือผู้ออกแบบ

ดีเทลราวกันตกเหล็ก

3.ราวกันตกตะแกรงเหล็กฉีก (Expanded Metal Railing)

ตะแกรงเหล็กฉีกเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เหมาะกับสไตล์อาคารประเภทต่าง ๆ เช่นลอฟท์ หรือโมเดิร์น นำมาใช้ในการทำราวกันตก และบันได

โดยตะแกรงเหล็กฉีกนั้นมีหลากหลายขนาด สี และรูปแบบให้เลือกมากมายตามความต้องการของเจ้าของอาคาร

ข้อดี คือ มีความแข็งแรง ไม่มีรอยเชื่อมหรือรอยต่อ สามารถนำไปชุบกัลวาไนซ์ เพิ่มความคงทนได้ และมีราคาถูก

ข้อเสีย คือ ต้องมีการเคลือบกันสนิมที่ดี อาจเกิดสนิม และทำให้เหล็กพุพังได้ง่าย

***การเลือกใช้วัสดุแต่ละขนาดขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการใช้งาน และความต้องการของเจ้าของอาคาร หรือผู้ออกแบบ

ดีเทลราวกันตกตะแกรงเหล็กฉีก

4.ราวกันตกอลูมิเนียม (Aluminium Railing)

อลูมิเนียม ถือเป็นโลหะที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์เป็นจำนวนมากในปัจจุบัน ไม่ว่าจะใช้ในการก่อสร้าง หรือ ใช้ในงานตกแต่ง ซึ่งสามารถใช้ทดแทนวัสดุไม้ และเหล็กได้ในบางจุด

สำหรับการออกแบบราวกันตกอลูมิเนียมในงานสถาปัตยกรรมนั้น มีการใช้อลูมิเนียมโปรไฟล์ (อลูมิเนียมเส้น) ทั้งแบบเหลี่ยม แบบกลม และแบบสำเร็จรูปค่อนข้างแพร่หลาย นอกจากนี้ยังสามารถสั่งทำลวดลาย และสีตามความต้องการของเจ้าของอาคารได้

ข้อดี คือ มีน้ำหนักเบา ทนต่อการหัก ทนความร้อน ทนการกัดกร่อน สะท้อนแสง และความร้อนได้ดีมาก นอกจากนี้ยังมีราคาไม่แพงอีกด้วย

ข้อเสีย คือ ป็นวัสดุที่ไม่แข็งแรงมาก หากมีการกระแทกเป็นเวลานานๆ ก็อาจจะบุบบี้ หรือเสียรูปทรงได้

***การเลือกใช้วัสดุแต่ละขนาดขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการใช้งาน และความต้องการของเจ้าของอาคาร หรือผู้ออกแบบ

ดีเทลราวกันตกอลูมิเนียม

5.ราวกันตกสแตนเลส (Stainless Railing)

สแตนเลส หรือ เหล็กกล้าไร้สนิม คือ โลหะผสมระหว่างเหล็กและคาร์บอน ซึ่งส่วนประกอบจะมีปริมาณคาร์บอนต่ำ มีโครเมียมเป็นส่วนผสมหลัก คุณสมบัติของสแตนเลส คือ ไม่เกิดสนิม ทนความชื้น ทนต่อการกัดกร่อน และมีความมันวาว

โดยสามารถเลือกใช้สแตนเลสได้ทั้งแบบกลม และสแตนเลสแบบเหลี่ยมตามความต้องกาารของเจ้าของอาคาร ราคาของราวกันตกสแตนเลสนั้นขึ้นอยู่กับรายละเอียดของลวดลาย และปริมาณของงาน

ข้อดี คือ มีความสวยงามด้วยผิวที่เรียบมันวาวดูสะอาด ทำความสะอาดง่ายไม่ยุ่งยาก และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ข้อเสีย คือ ต้องมีความชำนาญในการติดตั้ง

***การเลือกใช้วัสดุแต่ละขนาดขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการใช้งาน และความต้องการของเจ้าของอาคาร หรือผู้ออกแบบ

ดีเทลราวกันตกสแตนเลส

6.ราวกันตกกระจก (Glass frameless Railing)

ราวกันตกกระจกเป็นที่นิยมสำหรับอาคารทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น บ้าน, ห้างสรรพสินค้า หรืออาคารสำนักงาน เป็นต้น เนื่องจากช่วยทำให้อาคารดูโปร่ง โล่งขึ้น สบายตา

โดยการเลือกใช้กระจกนั้น กระจกเทมเปอร์จะเหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ ที่ไม่สูงมากนัก หากเกิดอุบัติเหตุกระจกลามิเนตเทมเปอร์จะแตกออกเป็นลักษณะเม็ดข้าวโพดเล็กๆ ไม่เป็นอันตราย เมื่อเทียบกับกระจกธรรมดาที่จะแตกเป็นแฉกแหลมคม

แต่ถ้าหากเป็นการใช้งานในพื้นที่ ที่มีความสูงมากๆ แนะนำให้เลือกใช้กระจกลามิเนตเทมเปอร์จะปลอดภัยกว่า หากเกิดอุบัติเหตุกระจกลามิเนตเทมเปอร์จะแตกออกเป็นลักษณะเม็ดข้าวโพด แต่จะไม่ร่วงหล่นลงมา เพราะมีฟิล์ม PVB ยึดเกาะไว้อยู่นั่นเอง

ข้อดี คือ ช่วยทำให้อาคารดูโมเดิร์นขึ้น โปร่ง โล่งตา และทำให้อาคารดูกว้างขึ้นไม่ทึบตัน

ข้อเสีย คือ มีราคาสูง ต้องเลือกประเภทกระจกให้ดี และมีช่างติดตั้งที่ชำนาญ

***การเลือกใช้วัสดุแต่ละขนาดขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการใช้งาน และความต้องการของเจ้าของอาคาร หรือผู้ออกแบบ

ดีเทลราวกันตกกระจก

7.ราวกันตกคอนกรีต (Concrete Railing)

ราวกันตกคอนกรีต ถือเป็นวัสดุที่ก่อสร้างได้ง่าย และรวดเร็ว สามารถออกแบบให้มีแพทเทิร์นลวดลาย หรือช่องลมได้ เหมาะกับอาคารทุกประเภท

โดยราวกันตกคอนกรีตนั้นสามารถเลือกใช้ได้ทั้งคอนกรีตหล่อในที่ หรือเสริมเหล็กเพื่อเพิ่มความแข็งแรง และแผ่นคอนกรีตราวกันตกสำเร็จรูปก็ได้เช่นกัน

ข้อดี คือ ก่อสร้างง่าย แข็งแรงทนทาน สามารถเพิ่มลูกเล่นให้ราวกันตกได้ด้วยการเจาะช่องลม

ข้อเสีย คือ ทำให้อาคารดูทึบตัน และแคบ 

 ***การเลือกใช้วัสดุแต่ละขนาดขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการใช้งาน และความต้องการของเจ้าของอาคาร หรือผู้ออกแบบ

ดีเทลราวกันตกคอนกรีต

8.ราวกันตกลายกราฟิก (Graphic Railing)

ราวกันตกลายกราฟิก มีลวดลาย และเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารออกแบบได้หลายรูปแบบ สามารถใช้กับวัสดุได้หลากหลายชนิด ที่นิยมนำมาใช้จะมี เหล็ก สแตนเลส และอลูมิเนียมเป็นต้น ราวกันตกประเภทนี้เหมาะกับอาคารสไตล์คลาสิก หรือสไตล์ยุโรป เน้นลวดลาย และความหรูหรา

ข้อดี คือ ทำให้อาคารมีเอกลักษณ์ และมีความสวยงาม

ข้อเสีย คือ ต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญ และต้องเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ

***การเลือกใช้วัสดุแต่ละขนาดขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการใช้งาน และความต้องการของเจ้าของอาคาร หรือผู้ออกแบบ

ดีเทลราวกันตกกราฟิก

9.ราวกันตกผสมหลากหลายวัสดุ (Mixed Material Railing)

ในปัจจุบันนี้นิยมใช้ราวกันตกประเภทนี้มาก เนื่องจากสามารถใช้ได้หลากหลายวัสดุ เช่น ไม้ อลูมิเนียม สแตนเลส เหล็ก และคอนกรีต เพื่อเพิ่มลูกเล่น และความสวยงามให้กับราวกันตก

โดยสามารถเลือกใช้ได้หลากหลายวัสดุผสมกัน เช่นวัสดุราวจับเป็นไม้ เพื่อให้อาคารดูสบายตา อบอุ่น ใช้โครงเสาเป็นอูมิเนียม และใช้กระจกลามิเนตเทมเปอร์เป็นแผงกันตกเพื่อให้อาคารดูโปร่ง และกว้างขึ้น เป็นต้น

ข้อดี คือ ราวกันตกมีความแข็งแรง เลือกใช้วัสดุได้ตามต้องการและงบประมาณ

ข้อเสีย คือ ต้องมีการดูแลรักษาตามความแตกต่างของวัสดุ และต้องใช้ที่ชำนาญในการติดตั้งวัสดุแต่ละประเภท

***การเลือกใช้วัสดุแต่ละขนาดขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการใช้งาน และความต้องการของเจ้าของอาคาร หรือผู้ออกแบบ

ดีเทลราวกันตกแบบผสมหลากหลายวัสดุ_1

ดีเทลราวกันตกแบบผสมหลากหลายวัสดุ_2

องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับหลักการออกแบบอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

www.baanlaesuan.com/142248/

https://www.condonewb.com/lifestyle/

https://modulum.com/products/aluminium-railing/

 

เรียบเรียงโดย Wazzadu Encyclopedia 

แพลตฟอร์ม และเครื่องมือสำหรับการออกแบบตกแต่งบ้าน และงานสถาปัตยกรรม
โดยเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงกลุ่มผู้ใช้งานต่างๆ ตั้งแต่ สถาปนิก แบรนด์สินค้า ผู้จัดจำหน่าย และผู้ให้บริการต่างๆที่เกี่ยวข้อง ...

บทความอื่นๆ จากผู้เขียน

โพสต์เมื่อ

ไอเดียมาใหม่

โพสต์เมื่อ

โพสต์เมื่อ

โพสต์เมื่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

...

โพลสำรวจ

ถาม-ตอบ