มาตรฐานสากลที่ใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อแผ่นลามิเนต HPL มีอะไรบ้าง (Standard and Certificate of High Pressure Laminate)

ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของบ้านหรือผู้ออกแบบหากเราต้องเลือกใช้หรือเลือกสเปควัสดุก่อสร้าง นอกเหนือจากความสวยงามและฟังก์ชั่นการใช้งานแล้ว เราควรต้องมีเกณฑ์อะไรหรือมาตรฐานสากลใดที่ควรนำมาใช้พิจารณาในการตัดสินใจ เพื่อช่วยให้เราเลือกใช้สินค้าที่ดีที่สุดได้บ้าง? วันนี้เรามีคำตอบให้ครับ  

 

โดยปกติแล้วมาตรฐานสินค้าแบ่งเป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้

1. มาตรฐานเกี่ยวกับคุณภาพสินค้า โดยมีการทดสอบความทนทานในรูปแบบต่างๆ เช่น ทดความความซีดจางของสี ทดสอบการลามไฟ ทดสอบการขูดขีด และอื่นๆ 

2. มาตรฐานของโรงงานที่ใช้ผลิตสินค้า ส่วนใหญ่จะใช้มาตรฐาน ISO ส่วนตัวเลขที่ตามมานั้นจะมีความหมายที่แตกต่างกันไป เช่น  ISO 14001 คือข้อกำหนดสากลสำหรับระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ส่วน ISO 18001 คือมาตรฐานสำหรับระบบการจัดการสุขภาพและความปลอดภัย ซึ่ง ISO นี้เป็นมาตรฐานที่ใช้เหมือนกันทั่วโลก 

3. ใบรับรองอื่นๆ โดยส่วนใหญ่มักเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เช่น FSC หรือ Forest Stewardship Council เป็นองค์กรที่รับรองว่าสินค้านั้นๆ ใช้ไม้จากป่าที่มีการปลูกทดแทน หรือ Green Label Singapore คือฉลากสิ่งแวดล้อมของสิงคโปร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้บริโภคมีความรู้เกี่ยวกับการรับรองมาตรฐานสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม 

 

สำหรับวันนี้เราจะมาโฟกัสกันที่ข้อที่ 1 กันครับว่ามีอะไรบ้าง ส่วนข้อที่ 2 และ 3 นั้น สามารถอ่านได้ที่ลิ้งก์ด้านล่างครับ 

มาตรฐานสากลนั้นสามารถแบ่งตามแหล่งที่มาหลักๆ ได้ดังนี้ 

1. EN: European standards ซึ่งเป็นมาตรฐานของทวีปยุโรป

2. DIN: Deutsches Institut für Normung คือมาตรฐานของประเทศเยอรมัน 

3. BS: British Standard คือมาตรฐานของประเทศอังกฤษ

4. ASTM: American Society for Testing and Materials คือมาตรฐานของประเทศสหรัฐอเมริกา 

3. JIS: Japanese Industrial Standards คือเป็นมาตรฐานของประเทศญี่ปุ่น 

สำหรับมาตรฐานสากลที่ใช้ในการพิจารณาเลือกซื้อหรือเลือกสเปคแผ่นลามิเนต (ไฮ เพรสเชอร์ลามิเนต) มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยครับ 

 

1. มาตรฐานด้านความคงทนของผลิตภัณฑ์ และค่าการเฟดของสี เช่น

EN 438-2 เป็นการทดสอบความซีดจางของสี และการสึกหรอของผิววัสดุในสภาวะอากาศจำลอง เช่นใช้แสงจำลอง Xenon ในการทดสอบ การปรับสภาพความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ และอื่นๆ และเร่งปฏิกริยาสเมือนว่าได้ใช้งานผ่านไปหลายปี โดยการทดสอบทั้งหมดนี้ได้ทำการทดลองในอุปกรณ์ทดสอบระบบปิด และใช้เครื่องมือซึ่งตรงตามมาตรฐาน ISO ผลทดสอบแบ่งเป็น 5 ระดับได้แก่

  • Rating 5:  ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด
  • Rating 4:  เปลี่ยนแปลงเฉพาะความเงา
  • Rating 3:  เกิดรอยแตกเล็กๆ เหมือนเส้นผมที่พื้นผิววัสดุ
  • Rating 2:  เกิดรอยแตกที่พื้นผิววัสดุ
  • Rating 1:  มีการแยกตัวของชั้นวัสดุ
     

แผ่นลามิเนตของแบรนด์  FINENESS ทดสอบผ่านมาตรฐาน Rating 5 และ  4 ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ค่อนข้างดี ทดสอบโดยหน่วยงาน TNO Quality B.V. ซึ่งภายหลังถูกเปลี่ยนมาเป็น TÜV Rheinland

 

2. มาตรฐานด้านความทนทานต่อสารเคมี เช่น

มาตรฐาน SEFA 3-2010​ เป็นการทดสอบความทนทานของวัสดุที่มีต่อสารเคมีจำนวน 49 ชนิดตามกระบวนการที่กำหนด ผลการทดสอบจะแบ่งเป็น 4 ระดับได้แก่

  • 0  No Effect : ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด
  • 1 Ecellent : มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในเรื่องของความเงางาม
  • 2 Good : มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของความเงางามและสี
  • 3 Fair - มีการเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบกับฟังก์ชั่นการใช้งาน 

แผ่นลามิเนตของแบรนด์  FINENESS ทดสอบผ่านมาตรฐาน Rating 5 และ 4 โดยส่วนใหญ่ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ค่อนข้างดี ทดสอบโดย EPH Thermal Insulation Products

 

3. มาตรฐานด้านความปลอดภัยในเรื่องของอัตราการลามไฟ เช่น 

มาตรฐาน BS 476 Part 7: Class 1 ซึ่งเป็นการทดสอบเพื่อกำหนดประเภทของการแพร่กระจายของพื้นผิวของเปลวไฟของผลิตภัณฑ์ ใช้เป็นหลักในการกำหนดส่วนขยายของเปลวไฟบนผิวสัมผัสของผนังและฝ้าเพดาน วิธีการทดสอบคือการเปลี่ยนแปลงความร้อนรังสีอย่างค่อยเป็นค่อยไปด้วยเปลวไฟขนาดเล็กเพื่อจุดประกายตัวอย่างและการกำหนดค่าความร้อนที่สำคัญ ผลทดสอบจะแบ่งออกเป็น 4 ระดับ 

  • ระดับ 1 มีระยะการลามไฟน้อยที่สุด
  • ระดับ 2 มีระยะการลามไฟในระดับกลาง
  • ระดับ 3 มีระยะการลามไฟในระดับมากที่สุด
  • ระดับ 4 คือไม่ผ่านมาตรฐานเนื่องจากวัสดุนั้นมีการลามไฟมากเกินไป

แบรนด์  FINENESS ผ่านมาตรฐานโดยมีผลทดสอบอยู่ในระดับที่ 1 ซึ่งเป็นระดับที่ดีที่สุด ทดสอบโดย Exova Warringtonfire องค์กรที่เป็นกลางในการทดสอบผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน

มาตรฐาน EN 13501 มาตรฐานนี้มักมีตัวอักษรหรือตัวเลขต่อท้ายด้วย เช่น Class B-s1,do ตัวอักษร ฺB หมายถึงประเภทวัสดุที่ใช้ทดสอบการตอบสนองต่อไฟ s1 หมายถึง การทดสอบการหลอมละลายของวัสดุที่มีลักษณะเป็นหยดไฟ และ do หมายถึงการทดสอบเรื่องของการปล่อยควัน

1. การทดสอบการตอบสนองต่อไฟ มาตรฐานนี้จะถูกแบ่งเป็นคลาสต่างๆ ตามประเภทของวัสดุที่นำมาทดสอบ ดังนั้นตัวอักษรที่ต่างกันจะหมายถึงวัสดุที่ต่างชนิดกัน ไม่ได้หมายถึงระดับของการทดสอบ 

  • A1 & A2: ใช้ในการทดสอบวัสดุที่ไม่ติดไฟ 
  • B: ใช้ในการทดสอบวัสดุที่ติดไฟได้เพียงเล็กน้อย 
  • C: ใช้ในการทดสอบวัสดุที่ติดไฟแต่ไม่มีการลามไฟ
  • D: ใช้ในการทดสอบวัสดุที่ติดไฟและมีการหน่วงเวลาเล็กน้อยก่อนมีการลามไฟ
  • F: วัสดุที่ไม่มีคุณสมบัติตรงกับข้อด้านบน 

2. การทดสอบการหลอมละลายของวัสดุที่มีลักษณะเป็นหยดไฟ ตัวอักษรย่อคือ d (Flaming Droplets) แบ่งเป็น 3 ระดับคือ

  • 0: คือ ไม่มีการหลอมละลายของวัสดุ
  • 1: คือ มีการหลอมละลายของวัสดุช้า  
  • 2: คือ มีการหลอมละลายของวัสดุเร็ว

3. การทดสอบเรื่องของการปล่อยควัน ตัวอักษรย่อคือ s (Smoke Emission Level) แบ่งเป็น 3 ระดับคือ

  • 1 คือ มีปริมาณควันและความรวดเร็ว ของกลิ่นที่เกิดขึ้นน้อยจนแทบไม่รู้สึก
  • 2 คือ มีปริมาณควันและความรวดเร็ว ของกลิ่นที่เกิดขึ้นอยู่ในระดับมาตรฐาน 
  • 3 คือ มีปริมาณควันและความรวดเร็ว ของกลิ่นที่เกิดขึ้นอยู่ในระดับสูง

แบรนด์ FINENESS  ผลการทดสอบคือได้ระดับ Class B-s1,do ซึ่งเป็นระดับที่ดีที่สุด ทดสอบโดยย Applus

 

4. มาตรฐานการป้องกันการก่อตัวของเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย เช่น

ASTM G21 – 09 หรือ ISO 22196 ซึ่งเป็นการทดสอบการเจริญเติบโตของเชื้อราและเชื้อแบคทีเรียบนพื้นผิววัสดุ โดยมีการควบคุมอุณหภูมิไว้ที่ 35 องศาเซลเซียส เป็นเวลาหนึ่งวัน ( 35 C เป็นอุณหภูมิที่เหมาะกับการเจริญเติบโตมากที่สุด) ผลที่ได้ต้องมีค่ามากกว่า 95% จึงจะถือว่าผ่านมาตรฐาน

แบรนด์  FINENESS ผ่านมาตรฐานนี้ในระดับ 99.99% ซึ่งหมายความว่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราไม่สามารถเจริญเติบโตได้บนวัสดุนี้ ทดสอบโดย IMSL ย่อมาจาก Industrial  Microbiological Services LTD และ  Bio Cote: Certificate of Antibacterial Analysis

 

สำหรับแผ่นลามิเนตของ FINENESS นั้นผ่านการรับรองตามมาตรฐานทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ผู้ใช้งานสามารถไว้วางใจตัวสินค้าได้ทั้งเรื่องของคุณภาพสินค้าในทุกๆ ด้านที่กล่าวมาข้างต้น การเลือกใช้วัสดุที่ทนทานมีมาตรฐานจะช่วยให้งานออกแบบตกแต่งนั้นสวยงามและคงอยู่ได้นาน ทั้งยังยกระดับความเป็นมืออาชีพในการทำงานได้อีกด้วย 

SEFA 3-2010​

มาตรฐาน EN 13501, มาตรฐาน BS 476 Part 7

IMSL, ฺBio Cote

สอบถามข้อมูล และติดต่อแบรนด์ได้ที่ FINENESS Call Center: (+66) 2 865 2289 

Email: info@finenesslam.com, finenesslaminates@gmail.com, Website: www.finenessslam.com, Facebook: Finenesslam, Pinterest: Finenesslam, Instagram: Finenesslam,Youtube: Fineness Laminate

 

#Wazzadu #Fineness #Laminate #HighPressureLaminate #HPL #FlameRetardant #Weatherresistant #SteamResistant #SolventResistant #Hygiene

#ลามิเนต #ลามิเนตปิดผิว #ไม่ลามไฟ #ทนต่อสภาพอากาศ #ทนชื้น #ทนสารเคมี #กันเชื้อรา

Brand : FINENESS LAMINATES
Product Brand : Fineness
ประเภทสินค้า : วัสดุปิดผิว
2.1 Laminate
2.2 Flooring (Wood/Marble/Leather/Metal/Graphic)
2.3 Stone Surface Laminate

FINENESS ลามิเนตที่สมบูรณ์แบบ นำความมหัศจรรย์ของโลกเข้ามาสู่บ้านของคุณ
Fineness เป็นแบรนด์ใหม่ของแบรนด์ที่มีความทรงจำใหม่ที่สวยงามและไม่ซ้ำกันในเมืองที่ยอดเยี่ยมและไม่ซ้ำกันในเมืองกรุงเทพฯประเทศไทย เราเป็นหุ้นส่วนของบริษัท stylam ที่มีจำนวนจำกัดของผู้ผลิตในโลกที่มีการสร้างขึ้นในรูปแบบของผู้ผลิตและเนื้อผ้าที่ดีที่สุดสำหรับการปรับแต่งในรูปแบบที่มีอยู่ในรูปแบบที่ดีที่สุดและมีการปรับให้เหมาะสม

สามารถติดต่อเพิ่มเติมได้ที่ : 086-3138571 หรือ 02-865-2289 ...

บทความที่เกี่ยวข้อง

...
Wazzadu.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ ยอมรับ